
ชาวนากรุงเก่าน้ำตาตกทำนาไม่ได้ผลเจ้านี้ไล่ยึดรถไถนา
ภัยแล้งทำให้ชาวนาอยุธยา น้ำตาตก ทำนาไม่ได้ผล จนนายทุนเจ้าหนี้นอกระบบไล่ตามยึดรถไถ่นา เพื่อขัดดอก
ภัยแล้งทำให้ชาวนาอยุธยา น้ำตาตก ทำนาไม่ได้ผล จนนายทุนเจ้าหนี้นอกระบบไล่ตามยึดรถไถ่นา เพื่อขัดดอก
นายอาณัฐพงษ์ ศักดิ์เจริญ ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา(ธกส.) เดินทางเข้าไปที่บ้านเลขที่ 19.1 ม.7 ต.ลาดงา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ก่อนหน้านี้ชาวนาคนหนึ่งเคยประท้วงประชดชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายหลังที่นาปรังถูกเพลียกระโดดสีน้ำตาลบุกทำลายจนไม่สามรรถใช้หนี้สินจำนวนมากได้
โดยบ้านชาวนาหลังดังกล่าวเป็นของ นายชิด สวัสดี อายุ 56 ปี และนางสวิง สวัสดี อายุ 57 ปี สองสามีภรรยา อาชีพทำนาจำนวน 57 ไร ในเขต ต.ลาดงา ซึ่งกำลังประสบปัญหาในชีวิต และจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะมีรายงานว่า " เจ้าหนี้นอกระบบ" ที่เป็นเจ้าของปุ๋ยและยาฆ่าแมลงที่สองสามีภรรยาดังกล่าวไปเซ็นเชื่อมาลงทุนทำนาได้ส่งคนมาเตรียมจะยึดรถไถนาแบบเดินตาม เพื่อเป็นการขัดดอก เพราะชาวนาไม่มีปัญญาที่จะส่งเงินคืนที่เป็นค่าปุ๋ยและยาฆ่าแมลง
นางสวิง กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงโดยเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา นายทุนเจ้าหนี้ของตนเองที่เป็นร้านค้าขายปุ๋ยและยาฆ่าแมลงรายใหญ่ในเขต อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของครอบครัวตนเองเพราะตนเองไปเซ็นเชื่อซื้อปุ๋ยและยาฆ่าแมลงมาเพื่อเป็นทุนในการทำนาปรังรอบที่ผ่านมา จำนวนเงิน 123,600 บาทแต่พบว่าด้วยสภาพอาการที่ร้อนจัด นาขาดน้ำ และมีแมลงศัตรูพืช ทำให้ผลผลิตได้ไม่ดี ผลผลิตตกต่ำ และไม่ได้คุณภาพ โดยนาปรังจำนวน 57 ไร่ เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วสามารถขายได้เพียง 1 กว่าบาทเท่านั้น
นางสวิง กล่าวอีกว่า เดิมตนเองก็เป็นลูกค้า ธสก.โดยกู้มา 100,000 บาท ก็นำเงินที่ขายข้าวได้ไปคืน ธสก. และขอกู้ต่อจาก ธสก.ทันที และก็นำเงินกู้ ธสก.ที่ได้มาไปใช้หนี้นอกระบบ แต่ด้วยมีหนี้สินหลายทางก็เฉลี่ยคืนให้ครบ และบางส่วนก็ต้องใช้จ่าย ด้านอื่น โดยเฉพาะที่ร้านค้าปุ๋ยที่ไปซื้อเชื่อไว้นั้น ก็คืนเงินสดไป 70,000 บาท คงเหลืออีกว่า 50,000 บาท แต่เจ้าของร้านค้าปุ๋ยไม่ยอม จะให้ใช้ทั้งหมดตนเองก็ไปหายืมเงินสดมาอีก 20,000 บาทคืนให้เพิ่มเติมไปอีก
นางสวิง กล่าวอีกว่า สรุปคงเหลือเงินต้นที่ต้องคืนอีกกว่า 30,000 บาท ตั้งใจไว้ว่าหากขายข้าวรอบหน้าจะเอาไปคืน แต่ทางเจ้าหนี้ไม่ยอมและส่งคนมายึดรถไถนาแบบเดินตาม มูลค่าประมาณ 80,000 บาทเพื่อเป็นการขัดดอกและคืนเงินต้น โดยทางร้านอ้างว่าดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือนและเงินต้นที่ค้าจ่ายมานานแล้ว ก็สมควรที่จะถูกยึดรถไถนาแบบเดินตาม
"ตนเองต้องกราบขอร้องว่าหากยึดรถไถนาไปแล้วจะเอาอะไรทำกิน โชคดีผู้ใหญ่บ้านช่วยพูด เจ้าหนี้จึงไม่ยึดรถไถนาในวันนั้น แต่ย้ำให้ตนเอง หาเงินไปใช้โดยเร็วที่สุดทั้งนี้ชาวบ้านคนหนึ่งในตำบลนี้เคยถูกยึดรถไถนาเพื่อขัดดอกขัดต้นไปแล้ว 1 ราย"นางสวิง กล่าว
ด้านนายอาณัฐพงษ์ ศักดิ์เจริญ ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยากล่าวว่า ครอบครัวของนางสวิงและนายชิด เป็นลูกค้าของ ธสก.จริงและจัดว่าเป็นลูกค้าชั้นดี เพราะไม่เคยเบี้ยวหนี้สินและมีการส่งต้นส่งดอกตรงตามจำนวนและตรงต่อเวลาซึ่งเรื่องที่ไปกู้หนี้สินนอกระบบด้วยการซื้อเชื่อนั้นถือเป็นเรื่องน่าสงสารมาก และ ธสก.พร้อมให้การช่วยเหลือในครอบครัวนี้ด้วยการให้กู้เพิ่ม เพราะเป็นลูกค้าชั้นดีและเพื่อช่วยเหลือเร่งด่วนจะได้นำเงินกู้จาก ธกส.ไปใช้หนี้สินเจ้าหนี้นอกระบบและนายทุนเจ้าของร้านขายปุ๋ยอีกทั้งใช้เป็นทุนในการทำนารอบต่อไป







