posttoday
พาณิชย์รับศึกหนัก เข็นส่งออกขึ้นภูเขา

พาณิชย์รับศึกหนัก เข็นส่งออกขึ้นภูเขา

19 มีนาคม 2558

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้ารัฐบาลมีมากมายจนรัฐบาลไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง ที่จะแก้ไขปัญหาได้ มีทั้งปัญหาเศรษฐกิจในภาพรวม และเศรษฐกิจระดับครัวเรือน

ภาคธุรกิจที่สำคัญและต้องเร่งแก้ไขโดยเร่งด่วนคือ ภาคการส่งออกที่กำลังถึงขั้นง่อยเปลี้ยเสียขา เพราะเศรษฐกิจโลกไม่ได้เป็นไปตามที่คาดไว้

ธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ปรับลดอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เศรษฐกิจโลกชะลอตัวเหลือ 3.5% จีดีพีของจีนได้ปรับลดลงจาก 7.1% เหลือ 6.8% และตลาดเกิดใหม่ชะลอตัวเหมือนกับไทย จึงคาดว่าจีดีพีของไทยจะขยายตัวเพียง 3.5-4.5%

อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกมีผลต่อการส่งออกของไทย เพราะบ่งบอกถึงฐานะของคู่ค้าว่าจะมีกำลังซื้อสินค้าหรือไม่ หรือหากยังพอจะมีกำลังซื้อจะเลือกซื้อสินค้าจากไทยหรือจะซื้อจากประเทศคู่แข่งอื่นๆ

กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายส่งออกของไทยในปีนี้ไว้ที่ 4% แต่เมื่อเริ่มเดือนแรกของปี 2558 การส่งออกเดือน ม.ค.ก็ยังติดลบที่ 3.46% ซึ่งเป็นการติดลบอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 ที่ขยายตัวติดลบ 0.32% และปี 2557 ส่งออกติดลบ 0.41%

เมื่อการส่งออกหดตัวลงอย่างแรง อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะการส่งออกของไทยคิดเป็นสัดส่วนถึง 70% ของจีดีพี มีการจ้างงานจำนวนมาก หากส่งออกติดลบนานๆ สิ่งที่จะตามมาคือ การว่างงาน การชะลอจ้างงานใหม่ หากรอให้ถึงเวลานั้น ปัญหาอาจจะร้ายแรงจนแก้ไขได้ยาก

อย่างไรก็ดี ทูตพาณิชย์ทั่วโลกที่กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญกลับมาหารือ และรับนโยบายเรื่องการส่งออก ได้ให้ความเห็นถึงปัจจัยลบในภาพรวมที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในปีนี้ว่า ปัจจัยภายนอกได้แก่ เศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว และฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับสกุลอื่นๆ อ่อนค่าน้อยกว่า ทำให้เสียเปรียบในการแข่งขัน ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลงทำให้มูลค่าส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของไทย เช่น เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ มีมูลค่าที่ลดลงแม้จะส่งออกได้ในปริมาณปกติ

นอกจากนี้ การที่สินค้าไทยถูกสหภาพยุโรปตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ปัจจัยความไม่สงบในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าสินค้าไทยทำให้มีการนำเข้าลดลง ปัจจัยนโยบายภายในประเทศคู่ค้า เช่น จีน และอินโดนีเซีย พยายามพึ่งพาการผลิตและอุตสาหกรรมภายในลดการนำเข้า เป็นต้น

ส่วนปัจจัยภายใน ได้แก่ ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ เช่น ในสินค้ากุ้งแช่แข็งและแปรรูป เป็นผลจากโรคตายด่วนในกุ้ง (EMS) การขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากการขึ้นค่าแรงงาน และการที่สินค้าส่งออกของไทยยังเป็นสินค้าเดิมๆ ทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง ขณะเดียวกันปัจจัยราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกตกต่ำ เช่น ยางพารา ลดลง 40.3% น้ำตาลลดลง 7.1%

ด้านปัจจัยบวกที่เอื้อต่อการส่งออกได้แก่ เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ความต้องการบริโภคสินค้าอุปโภคบริโภคในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาขยายตัว และผู้ประกอบการไทยมีการพัฒนาด้านคุณภาพและรูปแบบสินค้าอยู่ตลอดเวลา

กระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นหน่วยงานใหญ่ในการดูแลเรื่องนี้ ก็พยายามหาทางแก้ไขโดยไปเน้นในเรื่องของการเน้นพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวชายแดน เพื่อส่งออกสินค้าไปประเทศเพื่อนบ้านแทนส่งออกไปตลาดโลก และรักษาฐานการส่งออกเดิม

ดังนั้น พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ขึงขังที่จะยังคงเป้าหมายส่งออกไว้ในระดับเดิม คือขอให้ขยายตัวที่ 4% มูลค่า 2.36 แสนล้านเหรียญสหรัฐ บางตลาดก็ลดเป้าส่งออกลง คือ ตลาดอาเซียนจากเป้าเดิม 7% เหลือ 1% ตลาดอียูจาก 5% เหลือ 2-3% และตลาดละตินอเมริกาจาก 3% เหลือ 2%

รมว.พาณิชย์ยังได้กำชับทูตพาณิชย์ว่า หาก 6 เดือนไม่สามารถดำเนินงานตามเป้าหมายได้ ก็จะถูกดึงตัวกลับ

“ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์รายงานผลดำเนินงานทุก 3 เดือน และคณะกรรมการจะทำการประเมินผลงานทูตพาณิชย์ทุก 6 เดือน หากไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะปรับเอากลับมาเพื่อให้คนที่มีศักยภาพไปทำงานแทน ทั้งนี้การปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดข้อครหาระบบเส้นสาย” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

เรื่องนี้ได้ก็ถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่ายว่าเป็นนโยบายที่ไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการ หากอยู่ในประเทศที่เศรษฐกิจย่ำแย่อย่างในสหภาพยุโรป จะทำอย่างไร

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะขันนอตข้าราชการ ปรับเป้าหมายส่งออก หรือแม้กระทั่งลดดอกเบี้ยลงอีกเพื่อกดค่าเงินบาทให้อ่อนค่า เพื่อให้สินค้าไทยมีราคาถูกกว่าประเทศคู่แข่งเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาด ดูไปแล้วก็เป็นกลยุทธ์ที่ไม่อาจประสบความสำเร็จง่าย ยิ่งตัดราคาก็ไม่ได้กำไร และไม่ได้การันตีว่าการส่งออกจะเพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย

รัฐบาลต้องยกปัญหาการส่งออกขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ และวางแผนแก้ไขปัญหาให้ยั่งยืนได้แล้ว การคิดแต่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า อาจจะช่วยเพิ่มการส่งออกได้ชั่วคราวเท่านั้น แต่ในที่สุดการส่งออกของไทยก็ยังจะไม่เพิ่มขึ้น และปีนี้ดูจากสถานการณ์เศรษฐกิจแล้วก็ยังคาบลูกคาบดอกว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ตามเป้าหมายหรือไม่

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง