
ชงเปิดทางต่างชาติปลูกป่าเสรี
อธิบดีกรมป่าไม้ยอมรับมีการเสนอไอเดียเปิดเสรีปลูกป่า แต่ยังไม่มีข้อสรุปในขณะนี้
อธิบดีกรมป่าไม้ยอมรับมีการเสนอไอเดียเปิดเสรีปลูกป่า แต่ยังไม่มีข้อสรุปในขณะนี้
ที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน วันที่ 19 มี.ค.นี้ มีวาระพิจารณาเรื่อง 1.การเตรียมการเปิดเสรีการปลูกป่า ให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในกิจการปลูกป่าในไทยได้ 2.การยกเลิกข้อสงวน เพื่อให้นักลงทุนนอกอาเซียนที่ได้ลงทุนในอาเซียน (Foreign-owned Asian-based Investors) ได้สิทธิเช่นเดียวกับพลเมืองประเทศไทย
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า มีการเสนอแนวคิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาปลูกป่าจริง แต่เป็นเพียงแนวคิดยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย
นายธีรภัทร กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยมีนโยบายปิดป่า ทำให้ไม้ต่างๆ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และเกิดปัญหาการลักลอบตัดไม้เกิดขึ้น ขณะเดียวกันการปลูกป่าเชิงพาณิชย์ก็ใช้เวลานาน 20-30 ปี กว่าต้นไม้จะโตและตัดมาใช้งานได้ แม้แต่คนไทยก็ไม่นิยมลงทุน
ดังนั้นจึงมีข้อเสนอเปิดให้นักลงทุนในอาเซียนที่สนใจ เข้ามาลงทุนปลูกป่าร่วมกับคนไทย โดยไม้ที่อนุญาตให้ปลูกมีเพียงไม้สักและไม้ยาง ที่สำคัญคือให้ปลูกเฉพาะบนที่ดินที่มีโฉนดเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ดินของรัฐอื่นๆ
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวว่า การเปิดเสรีปลูกป่าเป็นเรื่องอ่อนไหว เพราะเป็นประเด็นการใช้ที่ดินและทรัพยากรของประเทศ ส่วนตัวกังวลว่าจะส่งผลกระทบเรื่องการใช้ที่ดิน อาทิ ชาวบ้านในเขตป่าถูกผลักดันให้ออกจากป่า เกษตรกรไม่มีที่ดินทำกิน ดังนั้นการเปิดให้ต่างชาติเข้ามาใช้พื้นที่ จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหาที่ดินและปัญหาป่าไม้
นายวิฑูรย์ กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการดังกล่าว มีแต่ฝ่ายเอกชน ทหาร และข้าราชการ ซึ่งในการตัดสินใจเรื่องสำคัญควรรับฟังความคิดเห็นประชาชน ไม่ใช่ตัดสินใจเองแค่ 3 ฝ่าย และข้อมูลก็ยังไปไม่ถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า สภาเกษตรกรมีข้อเสนอต่อรัฐบาล 3 ประเด็น คือ 1.ให้สงวนการปลูกป่า เช่นเดียวกับการทำนา ทำสวน ทำไร่ 2.ให้คงข้อสงวนของไทยที่จะไม่เปิดเสรีให้กับนักลงทุนต่างชาติที่ได้ลงทุนในอาเซียนให้มีสถานะเหมือนนักลงทุนอาเซียน และ 3.ต้องเปิดให้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างกว้างขวาง และต้องส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาด้วย







