posttoday
หนี้ครู...ปัญหางูกินหาง

หนี้ครู...ปัญหางูกินหาง

21 มิถุนายน 2553

8...ธเนศน์ นุ่นมัน

จากการสำรวจเมื่อปี 2550 พบว่าครูเป็นหนี้เฉลี่ยถึงรายละ 8 แสนบาท ผ่านไป 3 ปี ยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาระบุว่าตัวเลขดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปทิศทางใด อาจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ ผู้ซึ่งในขณะที่กำลังดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 เปิดเผยถึงการแก้ปัญหาดังกล่าว ว่า ได้พยายามแก้ปัญหาหนี้ครูจากที่ได้ริเริ่มเปิดคลินิกทางการเงินเพื่อให้คำปรึกษาแก่ครูในการจัดการปัญหาทางการเงินอย่างเป็นระบบ

“ครูส่วนใหญ่มีพื้นฐานทางครอบครัวมาจากการเป็นสมาชิกครอบครัวคนแรกที่มีโอกาสได้ทำงานรับราชการ และเนื่องจากเป็นอาชีพที่มีเกียรติเมื่อได้เป็นครูจำเป็นจะต้องเป็นบุคคลที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของครอบครัวไปด้วย นั่นเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่เป็นเสมือนแรงผลักดันให้ครูต้องเริ่มต้นอาชีพอย่างมีหน้ามีตา

เช่น ต้องขับรถจักรยานยนต์ไปทำงาน เมื่อผนวกเข้ากับปัญหาส่วนอื่นๆ อย่างครูเป็นอาชีพที่ถูกมองว่า ญาติพี่น้องสามารถพึ่งพาได้ ออกปากขอความช่วยเหลือได้ บ่อยครั้งเป็นการขอยืมเงิน หากไม่มีเงินก้อนอยู่ในมือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) สหกรณ์ออมทรัพย์ครู หรือโครงการกู้ต่างๆ ก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะเปิดโอกาสให้กู้ยืม”

ทั้งโอกาสและข้อเสนอมากมายล้วนยั่วยวนใจครู ไม่ว่าเจ้าหนี้ที่เป็นองค์กรไม่ต้องกลัวหนี้สูญ เพราะมีระบบหักหนี้ก่อนจ่ายเงินเดือน และไม่ได้สำรวจจริงจังว่า มีการหักเงินเกินกว่าเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ทำให้ครูเป็นหนี้จำนวนมาก

จึงเป็นเรื่องที่ไม่ผิดนักที่จะบอกว่าอาชีพนี้ เริ่มต้นด้วยการเป็นหนี้ และเป็นจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพราะมีโครงการปล่อยกู้เพิ่มขึ้น เมื่อมีการปล่อยกู้ครูก็จะกู้ เพราะเชื่อว่าเมื่อมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้นรัฐบาลก็จะเข้ามาอุ้ม

อาจารย์วรากรณ์ ระบุว่า เงินเดือนครูมีค่าเฉลี่ยมากกว่ารายได้ของคนทั้งประเทศประมาณ 1 เท่าตัว คืออยู่ที่ประมาณ 1.5 หมื่นบาท เงินจำนวนเท่านี้หากอยู่ในต่างจังหวัดถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อย อยู่ได้อย่างไม่ลำบาก แต่ครูต้องมีความเข้าใจเรื่องการบริหารเงินด้วยตัวเองในรูปแบบของโครงการต่างๆ แต่กลับไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร แม้จะมีโครงการลดดอกเบี้ย หรือมาตร การอื่นออกมาช่วยเหลือ แต่ที่สุดแล้วก็มักจะจบลงที่โครงการให้กู้เพิ่ม

“ความพยายามในการจัดการปัญหานี้ครูยังน้อยเกินไป ขณะที่ครูจำนวนไม่น้อยเชื่อว่าปัญหานี้อย่างไรเสียภาครัฐก็ต้องช่วย เพราะกระทบโยงไปถึงเรื่องการสอนอย่างเลี่ยงไม่พ้น ฉะนั้นควรมีการสำรวจจาก สกสค.ให้ได้ตัวเลขที่ชัดเจนว่ามีครูที่เป็นหนี้อยู่เท่าใด รวมถึงลักษณะของหนี้ อายุของหนี้ แหล่งของหนี้ ยอดรวมทั้งหมดของหนี้ จึงจะสามารถนำมาประเมินหาแนวทางแก้ปัญหาได้อย่างถูกจุด เป็นระบบ การ สร้างโอกาสในการกู้เพิ่มขึ้นไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกจุด ตราบใดที่ยังมีความเข้าใจว่า จะยกระดับคุณภาพชีวิตของครูให้สูงขึ้น โดยใช้วิธีที่กล่าวมาแล้ว ปัญหาหนี้ครูก็ยากที่จะหมดไป” อาจารย์วรากรณ์ ระบุ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ