posttoday
แจกใบปลิวประท้วงแบงก์กสิกรไทยไม่รับผิดชอบ

แจกใบปลิวประท้วงแบงก์กสิกรไทยไม่รับผิดชอบ

21 มิถุนายน 2553

2 แม่ลูกเดินแจกใบปลิวหน้าธนาคาร แฉถูกโกงเงิน 5 ล้านบาท ศาลตัดสินว่าผิด ยังไม่ยอมคืนหลักทรัพย์อ้างคดียังไม่สิ้นสุด

2 แม่ลูกเดินแจกใบปลิวหน้าธนาคาร แฉถูกโกงเงิน 5 ล้านบาท ศาลตัดสินว่าผิด ยังไม่ยอมคืนหลักทรัพย์อ้างคดียังไม่สิ้นสุด

น.ส.ลดาวัลย์  วัฒนโกศัย  อายุ 38 ปี  อยู่บ้านเลขที่  151 หมู่ 1 ต.หางดง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นปลักอยู่เทศบาลตำบลหาญแก้ว อ.หางดง จ.เชียงใหม่  นำนางหล่าน  วัฒนาโกศัย  มารดาอายุ 67 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 2 ต.ร้องกวาง  อ.ร้องกวาง จแพร่ ออกแจกใบปลิวกล่าวหาธนาคารกสิกรไทยสาขาแพร่  หลังศาลตัดสินให้เป็นฝ่ายชนะคดี กรณีที่นางหล่าน  วัฒนาโกศัย  กู้เงินธนาคารกสิกรไทย สาขาแพร่จำนวน 7 ล้านบาทนำไปใช้ในการรับซื้อพืชไร่ (ข้าวโพด) เมื่อปี 2550   
 

แจกใบปลิวประท้วงแบงก์กสิกรไทยไม่รับผิดชอบ น.ส.ลดาวัลย์ วัฒนโกศัย

อย่างไรก็ตามหลังการซื้อข้าวโพดเสร็จได้นำเงินไปส่งคืนวันที่ 12 กพ.2550  จำนวน 2 ล้านบาท  ต่อมาวันที่  9 เมษายน 2550 ได้นำเงินไปส่งคืนธนาคารอีก 5 ล้านบาท โดยนำมาส่งคืนให้ที่เคาเตอร์ของธนาคารกสิกรไทยสาขาแพร่   เมื่อใช้เงินหมดก็สบายใจแล้วว่าหมดภาระไปไว้รอการกู้ในฤดูกาลใหม่ต่อไป  แต่ปรากฏว่าธนาคารมีหนังสือมาทวงหนี้ที่เหลืออีกจำนวน 5 ล้าน แสดงว่า  พนักงานธนาคารไม่ได้นำเงินเข้าระบบ  จึงไม่มีการหักล้างหนี้  ได้เข้าติดต่อธนาคารอีกครั้งเพื่อให้มีการตรวจสอบ  ซึ่งนายวิวัฒน์  พิเชียรเสถียร  ผู้จัดการธนาคารในสมัยนั้นไม่รับผิดชอบโดยอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับธนาคาร  จึงได้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองแพร่  ทำให้กลายเป็นคดีมาอย่างต่อเนื่อง
 
น.ส.ลดาวัลย์  กล่าวว่า จนวันที่ 29 ม.ค.2553  ศาลจังหวัดแพร่มีคำพิพากษาให้จำคุกพนักงานธนาคารสองคนคือ นายชัยฤกษ์  วงศ์ฟู  รวม 11 ปี  และนางศุกร์ธิวรรณ  ชุ่มใจ รวม 8 ปี  ซึ่งคำตัดสินดังกล่าวทำให้ นางสาวลดาวัลย์ ผู้เสียหายได้เข้าทวงถามอีกครั้งเมือ่วันที่ 8 เมษายน 2553 โดยระบุให้มีการปรับบัญชีลูกหนี้เจ้าหนี้ให้ถูกต้อง ทำให้ธนาคารตอบกลับมาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2553  แจ้งผลดำเนินคดี  พนักงานทั้งสองคนและแจ้งให้ทราบว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญาที่ไม่เกี่ยวกับธนาคาร  ผู้กระทำผิดกำลังยืนอุทธรณ์คำพิพากษาและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์  ข้อเรียกร้องจึงต้องให้คดีถึงที่สุดก่อน  โดยมีนายฉลอง  พาทัน ผู้บริหารเครือข่ายลูกค้าผู้ประกอบการ ธนาคารกสิการไทยสาขาแพร่เป็นผู้แจ้งข่าวให้ทราบ   ทำให้ลูกค้าธนาคารผู้เสียหายรายนี้เห็นว่าการทำธุรกรรมกับธนาคารและเกิดความผิดพลาดโดยพนักงานธนาคารต้องรับผิดชอบและดำเนินการให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมกับธนาคารได้ต่อไป
 
น.ส.วลดาวัลย์  วัฒนาโกศัย  ผู้เสียหายได้เข้าพบนายเทียนชัย  เกิดวงศ์หงส์  ผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย สาขาแพร่อีกครั้งเมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 21 มิถุนายน  2553 แต่ไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจคือยังคงไม่รับผิดชอบการกระทำดังกล่าว นางสาวลดาวัลย์ฯจึงได้ทำการถ่ายเอกสารของธนาคารที่ติดต่อกับตนแจกเป็นใบปลิวให้กับประชาชนที่เดินผ่านในย่านถนนช่อแฮ  เพื่อให้ประชาชนรับทราบการไม่รับผิดชอบของธนาคาร
 
น.ส.ลดาวัลย์  กล่าวว่า  ปัญหาดังกล่าวตนและมารดาทำธุรกิจพืชไร่ โดยใช้ธนาคารกสิกรไทยเป็นแหล่งเงินทุนในการทำธุรกิจ ได้นำที่ดินพร้อมที่อยู่อาศัยและสำนักงานรับซื้อข้าวโพด เป็นแถวตึก 3 ชั้น 2 คูหาที่ดิน 65 ตารางวา มีมูลค่า 20 ล้านบาทจากการประเมิน นำมาเป็นหลักทรัพย์กู้เงิน  เมื่อทำการกู้เงินธนาคารควรที่จะให้บริการลูกค้า  เข้าใจได้ว่าพนักงานเป็นผู้ฉ้อโกง แต่เมื่อพบว่ามีการฉ้อโกงและศาลตัดสินแล้วก็ควรที่จะแก้ปัญหาให้กับลูกค้า   แต่ธนาคารกลับปัดความรับผิดชอบโดยอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างลูกค้า กับ พนักงาน   ในขณะเดียวกันตนได้ส่งเงินกู้จนหมดแล้วแต่ธนาคารยังไม่ยอมคืนหลักทรัพย์  ทั้งๆ ที่เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะได้รับหลักทรัพย์คืนเมื่อจ่ายเงินกู้หมดแล้ว นางสาวลดาวัลย์กล่าวด้วยว่า  ตนจะนำคำพิพากษาเข้าร้องเรียนต่อ ธนาคารแห่งประเทศไทย   สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค และฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายต่อไป
 
ทางด้านนายเทียนชัย  เกิดวงศ์หงส์  ผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย สาขาแพร่  กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า  ธนาคารรับทราบปัญหาซึ่งเกิดมานานแล้ว  เกิดขึ้นจากการบริหารงานของผู้จัดการคนเก่า  อย่างไรก็ตามตนได้เข้ามารับตำแหน่งได้ 1 ปีก็พยายามที่จะแก้ปัญหา  โดยจะทำรายงานหารือไปที่ธนาคารสำนักงานใหญ่  เพื่อหาทางออก  ส่วนการปรับสถานะของลูกค้า ในบัญชีลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น จำเป็นที่จะต้องให้คดีไปถึงที่สุดก่อน  จึงจะสามารถทำธุรกรรมให้ได้  ซึ่งถ้าคดีถึงที่สุด พนักงานทั้งสองคนก็คงต้องถูกลงโทษไปตามกฎหมาย และจากนั้นก็จะมีคำสั่งจากทางธนาคารต่อไป อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่สามารถลงโทษหรือทำอย่างใดอย่างหนึ่งกับพนักงานสองคนได้เนื่องจากต้องรอศาลสั่งถึงที่สุดเสียก่อน “ต้องยอมรับว่าการที่ลูกค้าออกไปแจกใบปลิวให้ข้อมูลปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อธนาคารอย่างรุนแรงซึ่งไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย”  นายเทียนชัยกล่าวในที่สุด

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ