posttoday
เอกชนเฮ ‘กนง.’ลดดอก 0.25%

เอกชนเฮ ‘กนง.’ลดดอก 0.25%

12 มีนาคม 2558

แม้การประชุมตลอดหลายครั้งที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

แม้การประชุมตลอดหลายครั้งที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยืนกระต่ายขาเดียวมาตลอดว่าระดับดอกเบี้ยของไทยไม่เป็นอุปสรรคในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เพราะผลสำรวจความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จากนักธุรกิจบ่งบอกค่อนข้างชัดเจนว่าระดับอัตราดอกเบี้ยไทยไม่ได้สูงจนเป็นอุปสรรคในการลงทุนเลย

แต่การประชุมรอบนี้ เมื่อ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา กนง.ตัดสินทิศทางดอกเบี้ยแบบเซอร์ไพรส์ตลาดการเงินที่ก่อนหน้านี้คาดกันว่าจะคงดอกเบี้ย ด้วยการประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 2% ลงมาเหลือ 1.75% อยู่ในระดับต่ำสุดในภูมิภาคนี้ และในเมเจอร์อิมเมอร์จิง ยกเว้นสิงคโปร์ที่เดียว แต่สิงคโปร์ไม่ได้ใช้เป้าหมายเงินเฟ้อในการดำเนินนโยบายการเงินเหมือนประเทศอื่นๆ ดอกเบี้ยจึงต่ำกว่าที่ 0.39% จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่งว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการหั่นดอกเบี้ยครั้งนี้

เมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. ในฐานะเลขานุการ กนง. ชี้แจงว่า ปัจจัยที่ กนง.พิจารณาลดดอกเบี้ยรอบนี้ลง เนื่องจากข้อมูลภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปี 2557 และเดือน ม.ค.ปีนี้ออกมาผิดไปจากที่คาดไว้ ซึ่งสะท้อนการฟื้นตัวที่ค่อนข้างช้า ที่สำคัญแรงส่งทางเศรษฐกิจจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังน้อยกว่าที่คาดไว้ด้วย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความเชื่อมั่นของเอกชนก็ปรับลดลง ส่งผลให้แนวโน้มของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในระยะต่อไปยังชะลอลงกว่าการประชุมครั้งที่แล้ว ทำให้โอกาสที่จีดีพีจะโตต่ำกว่าที่ ธปท.เคยประเมินไว้ว่าปีนี้ทั้งปีจะโตได้ที่ 4% มีมากขึ้น

“กนง.ประเมินว่าแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอ่อนแรงกว่าที่ประเมินไว้ โดยแรงกระตุ้นจากภาคการคลังต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผลชัดเจน และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำ ภายใต้ภาวะดังกล่าว กนง. 4 คนจึงเห็นว่านโยบายการเงินควรผ่อนคลายเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มแรงสนับสนุนให้เศรษฐกิจ แม้ว่าการลดดอกเบี้ยประสิทธิผลคงไม่มากเหมือนที่ผ่านมา แต่ช่วยได้มากในภาวะที่กลไกอื่นๆ ยังทำงานได้ไม่เต็มที่ และน่าจะช่วยพยุงความเชื่อมั่นของภาคเอกชน และสร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจได้ แต่จะชี้นำดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ได้หรือไม่ต้องติดตามดูต่อไป” เมธี ระบุ

อย่างไรก็ดี การประชุมครั้งนี้ยังมี กนง. 3 คน ที่เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ผ่อนปรนเพียงพอแล้ว การปรับลดดอกเบี้ยลงอีกก็ไม่น่าจะช่วยให้สินเชื่อขยายตัวเข้าไปสู่ในระดับมากขึ้น สำหรับบรรยากาศในการประชุมรอบนี้ใช้เวลาถกเถียงกันนานกว่าปกติ เพราะเริ่มตั้งแต่ 9 โมงเช้า มาเสร็จและได้ ข้อสรุปกันตอนบ่ายโมงเลยทีเดียว

สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนรู้สึกดีที่คณะกรรมการ กนง.ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.75% เนื่องจากภาคเอกชนเป็นห่วงเรื่องค่าเงินบาทที่ต่อไปอาจมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีก จากมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่อาจส่งผลให้เงินไหลเข้า ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และกระทบต่อเศรษฐกิจ เพราะไทยยังจำเป็นต้องพึ่งพาการส่งออกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้ต้องดูว่า เมื่อคณะกรรมการ กนง.ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ทางธนาคารพาณิชย์จะปรับลดดอกเบี้ยเมื่อไร ซึ่งจะทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการลดลง

“เอกชนอยากเห็นคณะกรรมการ กนง.ปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% อยู่แล้ว เมื่อ กนง.ปรับลดลง ก็รู้สึกดี เพราะเป็นมาตรการหนึ่งที่จะดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่าไปกว่านี้ เนื่องจากการดูแลค่าเงินของ ธปท.เป็นการดูแลให้มีเสถียรภาพ ไม่เคลื่อนไหวผันผวนมากเกินไป ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงแบบบางประเทศ” สุพันธุ์ กล่าว

จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า การที่ ธปท.ลดดอกเบี้ยลงจะช่วยให้ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลง ซึ่งแม้จะลดลงไม่มากเนื่องจากเป็นการลดลงเพียง 1 ใน 8 ส่วนของอัตราดอกเบี้ยที่ 2% และอัตราดอกเบี้ยของไทยก็ถือว่าต่ำที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับหลายประเทศที่อยู่ที่ 3% 4% หรือบางประเทศก็ 7%

เกริกไกร จีระแพทย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านเศรษฐกิจ อดีต รมว.พาณิชย์และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า การลดดอกเบี้ยไม่ได้ส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจมากนัก ที่จะส่งผลคือเรื่องการออมของประชาชนคนที่ฝากเงินจะมีแรงจูงใจฝากเงินลดลง

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน