
มาร์คสั่งประชุมครม.เศรษฐกิจทุกสัปดาห์
เลขาฯสศช.เผยนายกฯสั่งนัดประชุมครม.เศรษฐกิจทุกสัปดาห์ติดตามความคืบหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เผยเตรียมต่ออายุมาตรการช่วยค่าครองชีพรถเมล์-รถไฟฟรี30มิ.ย.นี้
เลขาฯสศช.เผยนายกฯสั่งนัดประชุมครม.เศรษฐกิจทุกสัปดาห์ติดตามความคืบหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เผยเตรียมต่ออายุมาตรการช่วยค่าครองชีพรถเมล์-รถไฟฟรี30มิ.ย.นี้
นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) กล่าวว่า ขณะนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการนัดหมายประชุม ครม.เศรษฐกิจ เป็นประจำทุกสัปดาห์ หลังจากที่ผ่านมามีการงดประชุมในบางสัปดาห์
"สาเหตุการนัดประชุมทุกสัปดาห์ เนื่องจากนายกฯต้องการที่จะใช้เวทีการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ทำการติดตามความคืบหน้างานนโยบายด้านเศรษฐกิจให้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจนายอำพนกล่าว
นายอำพนกล่าวว่า นายกฯได้ให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการติดตาม เฝ้าระวังปัญหาภัยแล้ง ที่ส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปีและนาปรัง ในฤดูกาลเพาะปลูกปี 2554 ว่าจะมีน้ำเพียงพอหรือไม่ โดย สศช.จะหารือนายกฯเพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจในสัปดาห์หน้า รวมทั้งยังให้นโยบายให้ ครม.เศรษฐกิจติดตามความเคลื่อนไหวภาวะเศรษฐกิจด้านอื่นๆ ที่สำคัญ อาทิ การเงิน การลงทุนทั้งของภาคเอกชนและภาครัฐ ปัญหาเศรษฐกิจในต่างประเทศ การท่องเที่ยว การติดตามการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ เพื่อให้ผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2553 ขยายตัวให้ได้ถึง 6% ตามเป้าหมาย
สำหรับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนทั้งรถเมล์ฟรีและรถไฟฟรี ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ คาดว่าจะได้รับการต่ออายุออกไปอีก 6 เดือน เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เนื่องจากใช้งบประมาณไม่มาก และจะช่วยแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แต่คงไม่มีการต่ออายุมาตรการลดภาระค่าไฟ ซึ่งในรายละเอียดคงต้องรอให้กระทรวงการคลังเสนอเรื่องอย่างเป็นทางการต่อที่ประชุม ครม.อีกครั้งในเร็วๆ นี้
ด้านการแก้ไขปัญหาการลงทุนในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่ศาลปกครองมีคำสั่งให้ระงับโครงการที่ยังไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรค 2 นั้น ยืนยันว่า รัฐบาลมีความพยายามในการติดตามแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการที่ถูกระงับการลงทุนอยู่ในขณะนี้ เชื่อว่าหลังจากที่ ครม.ได้ผ่านร่าง พ.ร.บ.องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ไปแล้ว จะทำให้แผนการแก้ไขปัญหามีความชัดเจนมากขึ้น







