posttoday
อภิมหาอมตะ ถอนฟ้อง นิรันดร์กาล

อภิมหาอมตะ ถอนฟ้อง นิรันดร์กาล

09 มีนาคม 2558

ในประวัติศาสตร์วงการยุติธรรมของไทย

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

ในประวัติศาสตร์วงการยุติธรรมของไทย คงไม่มีการถอนฟ้องเรื่องใดจะสร้างความคลางแคลงใจให้กับประชาชนได้มากเท่ากับการถอนฟ้องคดีอาญา ธัมมชโย แห่งธรรมกาย โดยคำสั่งของอัยการสูงสุด (นายพชร ยุติธรรมดำรง) เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2549 ก่อนที่ ทักษิณ ชินวัตร จะถูกปฏิวัติเพียงเดือนเดียว เป็นการถอนฟ้องในขณะที่การพิจารณาคดีเหลือเพียง 2 นัดก็จะตัดสินแล้ว

เป็นตราบาปของสำนักงานอัยการฯที่ทิ้งไว้กับพระพุทธศาสนา ผู้ที่เกี่ยวข้องย่อมไม่อาจหลบหนีกฎแห่งกรรมนี้ไปได้ไม่ว่าจะเป็นใคร ใหญ่แค่ไหนก็ตาม ไม่ว่าจะหนีไปสุดขอบฟ้าลอยอยู่บนอากาศ ก็หนีกรรมไม่พ้น

การถอนฟ้องคดีอาญา กฎหมายบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 36 ซึ่งบัญญัติว่าคดีอาญาซึ่งได้ถอนฟ้องไปจากศาลจะนำมาฟ้องอีกหาได้ไม่ เว้นแต่จะเข้าอยู่ในข้อยกเว้นต่อไปนี้

(1) ถ้าพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องคดีอาญาซึ่งไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัวไว้ ได้ถอนฟ้องคดีนั้นไป การถอนนี้ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะยื่นฟ้องคดีนั้นใหม่

(2) ถ้าพนักงานอัยการถอนคดีซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัวไปโดยมิได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้เสียหาย การถอนนั้นไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะยื่นฟ้องคดีนั้นใหม่

(3) ถ้าผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องคดีอาญาไว้ ได้ถอนฟ้องคดีนั้นเสีย การถอนนี้ไม่ตัดสิทธิพนักงานอัยการที่จะยื่นฟ้องคดีนั้นใหม่ เว้นแต่คดีซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว

ผลแห่งการถอนฟ้อง จึงทำให้นำคดีมาฟ้องใหม่ไม่ได้ ที่มีข่าวว่าพนักงานอัยการจะรื้อฟื้นคดีนี้ จึงไม่น่าจะมีอำนาจนำคดีขึ้นมาฟ้องใหม่ได้อีก หากจะฟ้องคดีใหม่ ก็จะต้องเป็นผู้เสียหาย ตาม (1) และ (2) ของมาตรา 36 ดังกล่าว

ปัญหาจึงอยู่ที่ใครเป็นผู้เสียหาย

ตามข่าว ธัมมชโยถูกฟ้อง 52 คดี ในหลายความผิด ซึ่งพอจะแยกความผิดได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มความผิดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และกลุ่มคดีเกี่ยวกับการฉ้อโกง

ความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผู้เสียหายคือรัฐ ซึ่งในคดีนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ น่าจะถือเป็นผู้เสียหายได้ แต่อนิจจาเอ๋ย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ไปนั่งโรยดอกไม้ในการเดินธุดงค์ป่าคอนกรีตของลัทธิธรรมกาย ซึ่งถ้าเขายังอยู่ก็คงจะหวังอะไรไม่ได้

ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงเงินบริจาค ผู้เสียหายคือผู้ที่บริจาคเงินให้กับวัด กลุ่มนี้ไม่รู้ว่าจะมีใครสนใจจะดำเนินการหรือไม่ แม้จะมีผู้เสียหายประสงค์จะดำเนินคดีอาญาใหม่ แต่ก็ยังมีปัญหาใหญ่ คือ ต้องฟ้องภายในอายุความ

กลุ่มคดีฉ้อโกง มีโทษสูงสุดสำหรับการฉ้อโกงประชาชน มีอัตราโทษสูงสุด 7 ปี อายุความ 10 ปี คดีนี้ฟ้องเมื่อปี 2542 เหตุกระทำความผิดย่อมเกิดก่อนฟ้อง คดีกลุ่มนี้จึงขาดอายุความไปแล้ว จะนำมาฟ้องใหม่ไม่ได้

กลุ่มคดีความผิดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าพนักงาน ซึ่งน่าจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 คือ เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์เป็นของตนเองมีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต อายุความคือ 20 ปี นับตั้งแต่กระทำความผิด จึงต้องไปดูว่าคำฟ้องของอัยการบรรยายว่า กระทำความผิดเมื่อไร ซึ่งน่าจะยังพอมีเวลา แต่ขาดคนฟ้อง 

จากการแถลงของสำนักงานอัยการฯ จะมีการตรวจสำนวนคำสั่งถอนฟ้องธัมมชโยของอัยการสูงสุด ซึ่งผมเข้าใจเอาเองว่า น่าจะหมายถึงการตรวจสอบการใช้ดุลพินิจในการสั่ง 

ดุลพินิจโดยสภาพเป็นเครื่องมือสำหรับใช้ในการประสิทธิ์ประสาทความเป็นธรรม ดุลพินิจโดยตัวมันเองจึงไม่ได้เป็นสิ่งเลวร้าย แต่เป็นความจำเป็นในกระบวนการยุติธรรมที่จะต้องมี

การใช้ดุลพินิจในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าในชั้นพนักงานอัยการหรือผู้พิพากษาก็ดี จึงควรต้องมีระบบการตรวจสอบว่าเป็นการใช้ดุลพินิจโดยสุจริตหรือเป็นการใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ

การที่สำนักงานอัยการฯ แถลงข่าวว่าจะตรวจสอบการใช้ดุลพินิจถอนฟ้องคดีธัมมชโยนี้นั้น เป็นความตั้งใจจริง หรือเป็นไปเพื่อลดกระแสความไม่ไว้วางใจจากภาคประชาชน การตรวจสอบในครั้งนี้จะใช้หลักเกณฑ์ใด 

การตรวจสอบการทุจริตคงหาหลักฐานไม่ได้ คนที่เชี่ยวชาญคดีอาญาระดับนี้ คงไม่ทิ้งร่องรอยให้ตามได้ โดยเฉพาะเวลาที่ล่วงเลยมานานมากแล้ว

ถ้านำเหตุผลที่อ้างในการถอนฟ้องมาพิจารณา ก็น่าจะตรวจสอบได้ง่ายกว่าว่า เหตุผลที่อ้างเป็นจริงหรือไม่ มีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ กรณีการคืนเงิน จะเป็นเหตุผลเพียงพอให้ถอนฟ้องหรือไม่ การกลับคำสอนให้ถูกต้องตามพระไตรปิฎก อัยการสูงสุดอ้างว่า ได้รับแจ้งจากสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จึงเหมือนเป็นการเอาตัวรอดไปแล้ว 

อีกเหตุผลสำคัญที่อ้างเพื่อถอนฟ้อง คือ “ขณะนี้บ้านเมืองต้องร่วมกันสร้างความสามัคคีของคนในชาติทุกหมู่เหล่า เห็นว่าหากดำเนินคดีจำเลยทั้งสองต่อไป อาจก่อให้เกิดความแตกแยกในศาสนจักรโดยเฉพาะพระภิกษุ สามเณรและประชาชนทั้งในและต่างประเทศที่นับถือศาสนาพุทธ และไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ”

บ้านเมืองต้องการความสามัคคี เป็นเหตุผลกำปั้นทุบดิน ไม่ว่ายุคไหนสมัยใด บ้านเมืองทุกประเทศในโลก ย่อมต้องการความสามัคคีทั้งนั้น ส่วนปัญหาการแตกแยกนั้น การถอนฟ้องกลับสร้างความแตกแยกหนักขึ้นไปอีก

ชาวพุทธกำลังจับตาสำนักงานอัยการสูงสุด ที่จะตรวจสอบการออกคำสั่งถอนฟ้องในครั้งนี้ว่า เป็นความตั้งใจล้างสิ่งโสโครกในองค์กร หรือจะเป็นเพียงการแก้สถานการณ์ด้วยการซื้อเวลาเพื่อฟอกขาวให้กับผู้ออกคำสั่ง

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน