
ผู้นำต้นแบบ
การแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันควรได้รับความสำคัญจากรัฐบาลในอันดับต้นๆ ควบคู่ไปกับการเดินหน้าแผนปรองดองและปฏิรูปประเทศ เพราะต้นตอของปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นอยู่เกิดจากปัญหาการคอร์รัปชันของนักการเมืองและข้าราชการประจำ
การคอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่ที่ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ไม่ว่าต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
การมอบหมายให้หน่วยงานรัฐเป็นฝ่ายดำเนินการแก้ไขดังที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้ในหลายเวที ไม่มีพลังเพียงพอ และขาดกลไกที่เป็นรูปธรรมในการทลายโครงสร้างการทุจริตให้ลดน้อยลงหรือหมดไปจากสังคมไทยได้ในเร็ววัน
นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า มีนักลงทุนร้องเรียนว่ากรมศุลกากรมีการทุจริตอันดับหนึ่ง มีการรีดไถ เรียกสินบนโดยการใช้อำนาจรัฐ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าถูกรังแกจากเจ้าหน้าที่รัฐที่รับผลประโยชน์ แต่ประชาชนก็จำนน เพราะต้องการความสะดวก
นายกรัฐมนตรี บอกด้วยว่า บางองค์กรอ้างว่าทำไปเพราะมีรายได้น้อย จึงต้องหากินเพื่อหาเงินส่งผู้ใหญ่
ในกรณีการทุจริตในกรมศุลกากร นายกรัฐมนตรีเห็นว่าต้องมีการปรับรื้อกันทั้งระบบ โดยให้กระทรวงการคลังไปดำเนินการยกเลิกการจ่ายสินบนนำจับ รวมถึงให้ไปกำหนดกติกาเพื่อแก้ปัญหาการทุจริตจากการจัดซื้อจัดจ้างระบบอีออกชัน
นายกรัฐมนตรีรับรู้ปัญหาไม่ต่างจากองค์กรอื่นและที่ประชาชนรับรู้ แต่ต้องยอมรับความจริงว่าการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันไม่สามารถกระทำได้โดยการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ควรเสริมสร้าง ส่งเสริมค่านิยม และกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกการมีส่วนร่วมกันในการแก้ปัญหาโดยภาพรวม
ขณะเดียวกันต้องยอมรับความจริงด้วยว่า การดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตั้งแต่มีการก่อตั้งมาก็ไม่ประจักษ์ชัดถึงผลงานมากนัก
ภายใต้สังคมการเมืองไทยที่เป็นอยู่ หากไม่เชือดไก่ให้ลิงดูเป็นกรณีตัวอย่าง และลำพังใช้หน่วยงานราชการเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา ย่อมไม่เห็นรูปธรรมและสร้างรอยเลื่อนเขยื้อนปัญหาได้ในวงกว้าง
ผู้ได้รับอำนาจสูงสุดของฝ่ายบริหารจำเป็นต้องเป็นไอดอล หรือ
“ผู้นำต้นแบบ” ในการแก้โจทย์ใหญ่ข้อนี้ ด้วยการสร้างความจริงให้ปรากฏต่อสาธารณะตามที่ประกาศไว้เป็นนโยบายรัฐบาลไม่ว่าปัญหาการครอบครองที่ดินเขาแพง เกาะสมุย การปั่นหุ้นไทยคม โครงการขยายเส้นทางถนนธนะรัชต์บริเวณเขาใหญ่ ฯลฯ
หากไม่สามารถสร้างแบบอย่างให้ประชาชนรับรู้ได้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ไม่ต่างจากนายกรัฐมนตรีที่แล้วมา และจะหมดโอกาสสำหรับการบันทึกให้เป็นนายกรัฐมนตรีแห่งการเปลี่ยนแปลง







