posttoday
จีน-ญี่ปุ่นแข่งสร้างรถไฟไทยได้ประโยชน์

จีน-ญี่ปุ่นแข่งสร้างรถไฟไทยได้ประโยชน์

05 มีนาคม 2558

ความเป็นคู่แข่งกันระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ไม่ได้ตกผลึกในรูปของความขัดแย้งด้านเขตแดนในทะเลจีนตะวันออกเท่านั้น แต่ยังปรากฏชัดในโครงการสร้างทางรถไฟในไทยอีกด้วย

ความเป็นคู่แข่งกันระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ไม่ได้ตกผลึกในรูปของความขัดแย้งด้านเขตแดนในทะเลจีนตะวันออกเท่านั้น แต่ยังปรากฏชัดในโครงการสร้างทางรถไฟในไทยอีกด้วย

โครงการรถไฟที่จีนหนุนหลังจะเชื่อมทางเหนือ-ใต้ระหว่างท่าเรือน้ำลึกระยองถึงชายแดนลาวที่ จ.หนองคาย และมีรางรถไฟแยกต่างหากเพื่อเชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ เพื่อเชื่อมมณฑลทางใต้ของจีนกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

ขณะที่ญี่ปุ่นเสนอตัวในการสร้างทางรถไฟเชื่อมตะวันออกและตะวันตก เพื่อเชื่อมต่อกรุงเทพฯ กับเมืองชายแดน เพื่อเชื่อมเสียมราฐในกัมพูชา และทวายในพม่า ซึ่งสำคัญต่อยุทธศาสตร์ทางธุรกิจของญี่ปุ่นในภูมิภาค

แดเนียล กัลลูชี คอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ สื่อชื่อดังแดนอังกฤษ แสดงความเห็นว่า ท่ามกลางความขัดแย้งของทั้งสองมหาอำนาจในเอเชีย ไทยจะเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุด

กัลลูชี ระบุว่า ทั้งสองโครงการแสดงให้เห็นชัดเจนถึงการแข่งขันกันขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจในอาเซียน

ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนที่ขยายตัวและพยายามที่จะขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจในอาเซียน ทั้งการก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (เอไอไอบี)  รวมถึงการขยายความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (โอดีเอ) ในภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านั้นจะเป็นโครงการของประเทศพัฒนาแล้ว

นอกจากนี้ จีนยังกระตือรือร้นที่จะสนับสนุนรัฐบาลทหารของไทย เพราะนอกจากโครงการรางรถไฟแล้ว รัฐบาลจีนยังตกลงที่จะซื้อข้าวและยางจากไทยแบบ “จีทูจี” อีกด้วย เพื่อช่วยระบายสต๊อกสินค้า

ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นพยายามที่จะรักษาอิทธิพลทางเศรษฐกิจในอาเซียนไว้ โดยญี่ปุ่นยังคงตำแหน่งของผู้นำในการลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) ในอาเซียน และต้องพึ่งพาฐานการผลิตในภูมิภาคแห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยไทยถือเป็นศูนย์กลางการลงทุนที่สำคัญสำหรับญี่ปุ่น

ฉะนั้น การขยายตัวของจีนและความพยายามในการรักษาอิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีน ย่อมทำให้เกิดความขัดแย้งกันในอาเซียนระหว่างสองมหาอำนาจแห่งเอเชีย

รายงานระบุว่า ท่ามกลางบรรยากาศของการแข่งขันของจีนกับญี่ปุ่น ไทยน่าจะเป็นผู้ที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดในกรณีนี้ หากโครงการก่อสร้างรางรถไฟบรรลุผลจริงๆ ไทยจะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการเชื่อมต่อทางรถไฟกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าไทยเคยมีประวัติในการละทิ้งโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานมาแล้ว จึงอาจจะเร็วไปที่จะสรุปว่าโครงการรางรถไฟทั้งสองจะเดินหน้าต่อไปได้ หรือมิฉะนั้นอาจจะต้องพบจุดจบเช่นเดียวกับโครงการทางด่วนโฮปเวลล์

ไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุว่า นับเป็นการพิสูจน์ถึงความไร้ศักยภาพของการเมืองไทย เพราะถึงแม้โครงการดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชน กลุ่มธุรกิจ และแทบไม่มีการต่อต้านจากพรรคฝ่ายค้าน ทว่ารัฐบาลในอดีตกลับไม่สามารถจัดการให้การลงทุนที่มีประโยชน์นี้เกิดขึ้นมาได้

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก