
ต้องเอาธุระ
ท่าทีของรัฐบาลที่พยายามเลี่ยงปัญหาวัดพระธรรมกาย ซึ่งรัฐบาลจะเข้าไปดูแลแต่เรื่องคดีอาญา ส่วนเรื่องฝ่ายสงฆ์ปล่อยองค์กรให้ดูแลกันเอง ไม่ก้าวก่ายกัน โดยทางฝ่ายประชาชนก็ต้องยอมรับการพูดคุย อย่าใช้กระแส อย่าใช้การชุมนุม ทำให้เกิดความวุ่นวาย
ท่าทีของรัฐบาลที่พยายามเลี่ยงปัญหาวัดพระธรรมกาย ซึ่งรัฐบาลจะเข้าไปดูแลแต่เรื่องคดีอาญา ส่วนเรื่องฝ่ายสงฆ์ปล่อยองค์กรให้ดูแลกันเอง ไม่ก้าวก่ายกัน โดยทางฝ่ายประชาชนก็ต้องยอมรับการพูดคุย อย่าใช้กระแส อย่าใช้การชุมนุม ทำให้เกิดความวุ่นวาย
จากท่าทีดังกล่าวดูเหมือนว่ารัฐบาลไม่อยากเข้าไปบริหารเรื่องนี้ เพียงเพราะไม่อยากให้เกิดการชุมนุม ซึ่งเสี่ยงอาจขยายกลายเป็นการชุมนุมที่ผสมการเมืองเข้าไป ทำให้เกิดความวุ่นวายซับซ้อนขึ้นตามที่นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ว่า เรื่องความขัดแย้งในแวดวงศาสนาเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน ได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายสุวพันธ์ุ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปศึกษาทำความเข้าใจกับประเด็นปัญหา
เรื่องใดที่ทำผิดข้อกฎหมายเกี่ยวกับระบบการเงิน การคลัง ก็เป็นเรื่องของรัฐจะต้องดำเนินการ ปัจจุบันมีคดีความต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่แล้ว ก็คงเป็นเรื่องที่ต้องให้ทั้งสองฝ่ายดูแลไปพร้อมๆกัน อย่าไปก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ทำให้โปร่งใส คิดว่าทางฝ่ายคณะสงฆ์ก็ต้องยอมรับ แล้วฝ่ายประชาชนก็ต้องยอมรับ
ทางศาสนาก็อาจต้องตั้งคณะกรรมการฝ่ายสงฆ์มาช่วยดูแล ตอนนี้กำลังคิดอยู่จะช่วยการทำงานของคณะสงฆ์เดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพ ได้รับความเชื่อถือ ขอความร่วมมือทุกพวกทุกฝ่าย ช่วยขจัดความขัดแย้ง หารือหาทางออกกัน ใครผิดก็ว่าไป อย่าใช้กระแส อย่าใช้การชุมนุม อย่าใช้อะไรมาทำให้เกิดความวุ่นวายอีกก็แล้วกัน ขอร้องจริงๆ
ภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่ารัฐบาลจะเข้าไปจัดการเรื่องที่ผิดทางคดีอาญาแผ่นดิน ส่วนเรื่องการปกครองของสงฆ์ รัฐบาลแค่จะคิด หาทางช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เป็นเรื่องของวงการสงฆ์ที่มีกว่า 3 แสนรูป แบ่งเป็นพระภิกษุ 2.5-3 แสนรูป และสามเณร 6 หมื่น-1 แสนรูป ว่ากันไป
แนวคิดของรัฐบาลดังกล่าวนับเป็นเรื่องน่าวิตกยิ่ง เพราะรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหาร ในภาวะไม่ปกติภายใต้รัฐประหารที่มีอำนาจมากมาย เมื่อรัฐบาลเข้ามาหยุดความขัดแย้งไม่ให้ปะทะกัน และต้องการเดินหน้าสร้างความปรองดอง ปฏิรูปประเทศขึ้นมาใหม่
หากรัฐบาลปล่อยให้เกิดหลุมดำ ละเว้นวงการใดไม่เข้าไปเกี่ยวข้องเพราะกลัวม็อบ ที่นำไปปรับทัศนคติยาก สิ่งนี้ก็จะเป็นปมขัดแย้งที่ไม่เกิดการปรองดอง ไม่เกิดการปฏิรูป ในเมื่อวัดกับชุมชนมีความเกี่ยวข้อง เกื้อกูลกันตั้งแต่เกิดก็ไปให้พระตั้งชื่อ จนถึงตายก็นิมนต์พระมาทำพิธี เมื่อประชาชนกับวัดต่างพึ่งพากัน รัฐบาลบอกจะไม่เกี่ยวข้องกับการปกครองสงฆ์ ซึ่งมีผลกับประชาชนคงไม่ได้ ประชาชนแยกออกว่าศาสนา มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในส่วนของสงฆ์เท่านั้นที่มีปัญหาหย่อนยานจากพระธรรมวินัย และครั้งนี้ยังผิดกฎหมายบ้านเมือง เป็นเครือข่ายที่ใหญ่เกินกว่าคณะสงฆ์จะแก้ปัญหาได้ รัฐจึงไม่ควรปล่อยเรื่องนี้ เป็นแค่ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์







