
ทบทวนเก็บภาษีบ้าน
หนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล คือ การปฏิรูประบบภาษี ซึ่งกระทรวงการคลังได้ดำเนินการไปแล้ว คือ การแก้ไขประมวลรัษฎากรปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก 5 ขั้นเป็น 7 ขั้น การออกกฎหมายเก็บภาษีมรดก ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่วนการแก้ไขกฎหมายของ 3 กรมภาษี อยู่ระหว่างดำเนินการ และล่าสุดคือการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
หนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล คือ การปฏิรูประบบภาษี ซึ่งกระทรวงการคลังได้ดำเนินการไปแล้ว คือ การแก้ไขประมวลรัษฎากรปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก 5 ขั้นเป็น 7 ขั้น การออกกฎหมายเก็บภาษีมรดก ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่วนการแก้ไขกฎหมายของ 3 กรมภาษี อยู่ระหว่างดำเนินการ และล่าสุดคือการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
กฎหมายภาษีนั้นเมื่อมีการแก้ไขจะมีทั้งคนได้และเสียประโยชน์ ซึ่งกระทรวงการคลังโดนแรงต้านจากชนชั้นเศรษฐีในการออกกฎหมายเรียกเก็บภาษีมรดก และในอีกไม่ช้ากระทรวงการคลังก็จะโดนแรงต้านจากคนชั้นกลางลงไปถึงกลุ่มคนจน จากการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
จุดที่ประชาชนเริ่มไม่พอใจกับกฎหมายภาษีนี้ เพราะได้มีการแยกประเภทบ้านอยู่อาศัยออกจากประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกจากกันเป็น 2 ประเภท และเก็บภาษีที่ดินและบ้านแยกออกจากกัน โดยจะเก็บภาษีบ้านที่มีราคา 1 ล้านบาทขึ้นไป และดูขนาดพื้นที่บ้านหากมีพื้นที่ประกอบด้วย
การเก็บภาษีบ้านอยู่อาศัยไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเดิมนั้นมีการระบุไว้ในกฎหมาย แต่รัฐบาลไม่เคยบังคับใช้ บ้านอยู่อาศัยของประชาชนจึงไม่ถูกเรียกเก็บภาษีเป็นรายปีมาก่อน ส่วนที่มีการเก็บจะมาในรูปของภาษีโรงเรือน ภาษีบำรุงท้องที่ เป็นต้น ซึ่งจะถูกนำไปใช้พัฒนาท้องถิ่น
ในครั้งนี้รัฐบาลจะเริ่มเก็บภาษีบ้านอยู่อาศัยก็จะต้องชี้แจงอย่างละเอียดว่าทำไมจะต้องเสียภาษีที่อยู่อาศัยรายปี เพราะบ้านถือเป็นปัจจัย 4 เป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต บางคนต้องเก็บเงินทั้งชีวิต เป็นหนี้นาน 30 ปี เพื่อจะได้มีบ้านอยู่อาศัยเป็นของตัวเอง บางรายไม่อาจผ่อนบ้านได้หมดจนถูกเจ้าหนี้ยึดไปกลายเป็นหนี้สินติดตัวไปอีก
การเก็บภาษีทำให้ประชาชนไม่รู้สึกว่าตัวเองมีบ้านอีกต่อไป เหมือนเช่าบ้านอยู่แม้จะผ่อนบ้านหมดแล้ว แต่ต้องเสียภาษีบ้านให้รัฐบาลทุกปี มาตรการนี้จึงไม่จูงใจให้คนซื้อบ้านอยู่อาศัยเป็นของตนเองอีกต่อไป เป็นการลงโทษคนมีบ้าน
เมื่อร่างแก้ไข พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างถูกนำเสนอคณะรัฐมนตรี และนำเสนอต่อไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คงจะต้องมีการถกเถียงกันนานมาก คงหาคนที่เห็นด้วยในเรื่องนี้ยาก เพราะเห็นกันชัดเจนว่านโยบายนี้จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน
ไม่มีใครปฏิเสธเจตนารมณ์ของรัฐบาล ที่ต้องการเก็บภาษีจากที่ดินว่างเปล่าที่เศรษฐีทั้งหลายครอบครองให้กระจายนำออกมาใช้ประโยชน์ คลังควรจะนำเรื่องนี้ไปทบทวนอาจเก็บภาษีบ้านหลังที่ 2 ขึ้นไป ก็จะลดแรงต้านได้ระดับหนึ่ง







