posttoday
โอเปกระส่ำ น้ำมันดิ่งฉุดเอกภาพ

โอเปกระส่ำ น้ำมันดิ่งฉุดเอกภาพ

26 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

“หากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในภาวะผันผวนเช่นนี้ต่อไป ดิฉันเกรงว่าคงต้องเรียกประชุมสมาชิกกลุ่มโอเปกวาระพิเศษภายในระยะเวลาราว 6 สัปดาห์ข้างหน้านี้” ไดซานิ อลิสัน-มาดุกี รัฐมนตรีน้ำมันแห่งไนจีเรีย แสดงความเห็นต่อหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดปรับตัวลดลงต่ำกว่า 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อีกระลอก

มองมุมหนึ่ง ความเห็นที่เจือด้วยความวิตกกังวลข้างต้นถือเป็นเรื่องปกติสำหรับประเทศที่อยู่ในฐานะหนึ่งของผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกอย่างไนจีเรีย เพราะความเคลื่อนไหวในตลาดน้ำมันปัจจุบันย่อมส่งผลกระเทือนต่อรายได้ของประเทศ

กระนั้น หากมองจากอีกมุมหนึ่ง การออกมาแสดงท่าทีข้างต้นของไนจีเรียย่อมไม่ต่างอะไรกับการเปิดเผยว่าไม่ใช่ทุกชาติสมาชิกของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะเห็นดีเห็นงามกับแนวทางมติของโอเปกในปัจจุบันที่ยืนยันไม่ปรับลดกำลังการผลิตของตนเอง เพื่อมุ่งรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของกลุ่มไม่ให้หดหายไปกับผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่นอกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องใหม่มาแรงอย่างสหรัฐ

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้น ก็คือ การนิ่งเฉยต่อราคาน้ำมันที่ต่ำลงของกลุ่มโอเปกในขณะนี้ กำลังบั่นทอนความเป็นเอกภาพภายในของกลุ่ม เนื่องจากชาติสมาชิกส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบทางลบอย่างรุนแรงจากราคาน้ำมันถูก จนบั่นทอนปริมาณรายได้ของประเทศ

ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งถึงกับระบุว่า ผลลัพธ์ข้างต้นอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้เกิดรอยบาดหมางที่นำไปสู่ความแตกแยกร้าวลึกจนกลุ่มโอเปกแตกก็เป็นได้

แม้ทัศนะข้างต้นอาจดูสุดโต่งเกินไป แต่ประเด็นที่ว่าชาติสมาชิกโอเปกเริ่มขัดแย้งกันเองจากปัจจัยราคาน้ำมันถูกก็เป็นข้อเท็จจริงที่มีมูลน่าเชื่อถือไม่น้อย

ทั้งนี้ หลักฐานยืนยันสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีข้างต้นในกลุ่มโอเปก ก็คือ ท่าทีของเลขาธิการทั่วไปของกลุ่มที่ลุกขึ้นกล่าวเสียงดังฟังชัดหลังรัฐมนตรีน้ำมันไนจีเรีย เอ่ยถึงความเป็นไปได้ในการขอประชุมรอบพิเศษ ว่าทางกลุ่มไม่ได้หวาดหวั่นวิตกกับระดับราคาน้ำมันในขณะนี้ พร้อมย้ำว่าไม่มีความจำเป็นต้องจัดประชุมวาระพิเศษ

ขณะเดียวกัน ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่อาวุโสของชาติสมาชิกโอเปกในกลุ่มอ่าวอาหรับก็ออกมายืนกรานอีกเสียงว่า โอเปกไม่มีความจำเป็นต้องจัดประชุมวาระพิเศษ จากวาระปกติตามกำหนดที่จะจัดให้มีขึ้นที่กรุงเวียนนาในเดือน มิ.ย.นี้แต่อย่างใด พร้อมสำทับอีกว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันในขณะนี้กำลังฟื้นจากภาวะผันผวนและกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง

“ราคาน้ำมันดูเหมือนจะเริ่มนิ่งบ้างแล้วที่ระดับราคาในปัจจุบัน แถมยังมีปัจจัยบ่งชี้หลายตัวระบุชัดว่าปริมาณความต้องการบริโภคน้ำมันในตลาดโลกกำลังปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น” ตัวแทนอาวุโสดังกล่าวแสดงความเห็นผ่านสำนักข่าวรอยเตอร์ส พร้อมสำทับว่าราคาน้ำมันซึ่งอยู่ที่ประมาณ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นราคาที่กลุ่มโอเปกรับได้แน่นอน

เรียกได้ว่า ท่าทีข้างต้นที่แสดงว่าไม่เดือดเนื้อร้อนใจต่อการปรับลดลงของราคาน้ำมันจากกว่า 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาอยู่ที่ราว 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หรือต่ำกว่าระดับ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในบางวัน สวนทางกับท่าทีของชาติสมาชิกของกลุ่มอย่างไนจีเรีย ที่แสดงชัดว่าราคาน้ำมันถูกไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ควรเพิกเฉย

ธนาคารดอยช์แบงก์ ประเมินว่า ไนจีเรียจำเป็นต้องให้ราคาน้ำมันขายอยู่ที่เกือบ 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เพื่อรักษาดุลงบประมาณประเทศของตนเอง ไม่เช่นนั้นก็จะเสี่ยงกับการขาดดุลครั้งใหญ่ และส่งผลกระเทือนต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

ทั้งนี้ เมื่อเอ่ยถึงกลุ่มโอเปก บุคคลภายนอกโดยทั่วไปส่วนใหญ่มักนึกถึงประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางเป็นหลัก หรือบางคนอาจนึกถึงเพียงแค่ประเทศซาอุดิอาระเบียเพียงประเทศเดียว เพราะถือว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลของกลุ่มที่มีสิทธิขาดกำหนดทิศทางหรือมติของกลุ่ม

สำหรับตัวอย่างอิทธิพลของซาอุดิอาระเบียที่เห็นได้ชัด ก็คือ กรณีล่าสุดที่ซาอุดิอาระเบียเสนอให้กลุ่มโอเปกคงกำลังการผลิตไว้เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของกลุ่มเอาไว้ ชาติสมาชิกทั้งหมดก็พยักหน้าทำตามและให้ความร่วมมืออย่างดี

อย่างไรก็ตาม กลุ่มโอเปกไม่ได้มีซาอุดิอาระเบียเป็นสมาชิกเพียงแค่ประเทศเดียว โดยกลุ่มยังประกอบด้วยชาติสมาชิกอีก 11 ประเทศด้วยกัน คือ แอลจีเรีย แองโกลา เอกวาดอร์ อิหร่าน อิรัก คูเวต ลิเบีย ไนจีเรีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเวเนซุเอลา จากจำนวนสมาชิกดังกล่าวสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ก็คือ กลุ่มประเทศตะวันออกกลางกับกลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกา และไนจีเรียถือเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา

ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักต่างเห็นตรงกันว่า ขณะที่ชาติสมาชิกโอเปกในแถบอ่าวอาหรับเห็นดีเห็นงามให้รักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ชาติสมาชิกที่เหลือกลับตกอยู่ในสภาวะน้ำท่วมปาก ที่ไม่สามารถออกเสียงคัดค้านใดๆ ได้ และทำได้เพียงแค่ต้องไหลตามน้ำไปเท่านั้น แม้แต่ไนจีเรียที่กำลังรับหน้าที่ประธานของกลุ่มโอเปกตามวาระในปัจจุบันก็ตาม

ทอม โคลซา หัวหน้านักวิเคราะห์น้ำมันจาก ออย ไพรซ์ อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส บริษัทด้านการวิเคราะห์น้ำมัน ระบุอย่างมั่นใจว่า การประชุมฉุกเฉินไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เพราะชาติทรงอิทธิพลอย่างซาอุดิอาระเบียไม่ได้ต้องการการประชุมวาระพิเศษดังกล่าว หรือในกรณีที่มีการประชุมวาระพิเศษจริง มติการประชุมย่อมไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายท่าทีจากปัจจุบันแต่อย่างใด 

“ปัญหาหลักของไนจีเรีย ก็คือ รัฐบาลไม่มีทุนสำรองหนาพอที่จะรองรับความเสียหายจากราคาน้ำมันถูก อีกทั้งยังมีปัญหาด้านเสถียรภาพทางการเมือง และการทุจริตคอร์รัปชั่นทับถม” โคลซา ระบุ ก่อนชี้ให้เห็นว่า จุดยืนที่สวนทางกันของชาติสมาชิกอาจนำไปสู่การสิ้นสุดสถานะทรงอิทธิพลในตลาดน้ำมันของกลุ่มโอเปกตามที่เคยมีนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งออกมาคาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้

เอ็ดวาร์ด มอร์ซ ผู้รู้ด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์จากซิตี้กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ถึงจุดสิ้นสุดของอิทธิพลกลุ่มโอเปก กล่าวว่า แม้ตัวแทนโอเปกจะออกมาแสดงความเห็นว่าราคาน้ำมันกำลังฟื้นตัว แต่จากผลการวิจัยรวบรวมข้อมูลของตนกลับพบว่าราคาน้ำมันปัจจุบันยังไม่แตะระดับต่ำสุดจนกว่าจะถึงฤดูใบไม้ผลิหรือหลังไตรมาส 2 ของปีนี้ โดยมอร์ซคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันมีแนวโน้มจะปรับลดลงอีก แตะระดับที่ 35 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และจะไม่ฟื้นคืนสู่ระดับ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จนกว่าจะถึงปีหน้าแน่นอน

“ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่รัฐมนตรีน้ำมันไนจีเรียจะวิตกและเรียกร้องให้มีการประชุมวาระพิเศษเพื่อหารือเรื่องการจัดการราคาน้ำมัน” มอร์ซ สรุป

ทั้งนี้ ดังที่เคยมีการวิเคราะห์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า สถานะความเป็นเจ้าตลาดของกลุ่มโอเปกกำลังสั่นคลอน เนื่องจากการก้าวเข้ามาของผู้ผลิตน้ำมันหน้าใหม่รายใหญ่ที่ทรงอิทธิพลรายใหญ่อย่างสหรัฐ ส่งผลให้โอเปกไม่มีอำนาจกำหนดทิศทางราคาน้ำมันเหมือนเช่นในอดีตอีกต่อไป

แต่คราครั้งนี้ ดูเหมือนว่าความเป็นไปได้ที่อิทธิพลของโอเปกจะถึงคราวสิ้นสุดอย่างแท้จริงได้มีมากขึ้น เมื่อโอเปกยังต้องเผชิญกับปัจจัยภายในจากความเห็นที่ไม่สอดคล้องตรงกันภายในกลุ่มโอเปก โดยฝ่ายหนึ่งต้องการรักษาส่วนแบ่งจึงคงกำลังการผลิตทำให้ราคาน้ำมันยิ่งถูก กับอีกฝ่ายที่ต้องการป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันถูกเกินไปและเรียกร้องให้ปรับลดกำลังการผลิตลง

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน