"พงศ์พัฒน์"เจอคุกอีก 15 ปีคดีสุดท้าย
ศาลอาญาพิพากษา คดีสุดท้ายจำคุกอีก 15 ปี "พงศ์พัฒน์" รับส่วยน้ำมันเถื่อน-เรียกสินบนโยกย้ายตำรวจ รวม 5 สำนวน จำคุก 31 ปี 9 เดือน
ศาลอาญาพิพากษา คดีสุดท้ายจำคุกอีก 15 ปี "พงศ์พัฒน์" รับส่วยน้ำมันเถื่อน-เรียกสินบนโยกย้ายตำรวจ รวม 5 สำนวนจำคุก 31 ปี 9 เดือน
เมื่อวันที่ 26 ก.พ.เวลา 09.45 น.ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษา คดีเรียกรับส่วยโยกย้ายตำแหน่ง บช.ก. หมายเลขดำ อ.292/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. อายุ 59 ปี ,พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีต รอง ผบช.ก. อายุ 59 ปี , พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ อายุ 46 ปี อดีต ผกก.4 ปคบ. , ด.ต.สุรศักดิ์ จันเงา อายุ 50 ปี อดีต ผบ.หมู่ กก.2 ป. และ ด.ต.ฉัตรินทร์ หรือจักรินทร์ เหล่าทอง อายุ 48 ปี อดีต ผบ.หมู่ ปพ.ป. ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 – 5 ในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใดเพื่อให้บุคคลใดมอบหรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น , ร่วมกันเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ และร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด
จากกรณีเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 53 – 11 พฤศจิกายน 57 จำเลยทั้งห้า ร่วมกับ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีต ผกก.1 ป. ที่เสียชีวิตแล้ว ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ เรียกรับเงิน พ.ต.ต.ชาตรี รุ่งดำรงสว.ทล.1 กก.1 บก.ทล. และบุคคลอื่นอีกหลายคนรายละ 3 – 5 ล้านบาทเพื่อเป็นค่าตอบแทนในการช่วยเหลือให้ได้รับการคัดเลือกตำแหน่ง ในตำแหน่งสำคัญ สังกัด บช.ก. และสั่งว่าต้องจัดส่งเงินเป็นรายเดือนๆ ละ 10,000 บาท – 2 ล้านบาท ให้จำเลยทั้งห้าอีกเพื่อเป็นค่าตอบแทนเพื่อให้ พ.ต.ต.ชาตรี กับพวก อยู่ในตำแหน่งต่อไป
โดยคดีนี้ อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 29 มกราคม 58 จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ ซึ่งอัยการโจทก์ ได้นำพยานเข้าสืบประกอบคำสารภาพไปเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และตลอดระยะเวลาการพิจารณาคดีจำเลยทั้งห้าถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงทพฯ
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า โจทก์มีนายตำรวจที่ถูกเรียกรับเงินในการโยกย้ายตำแหน่ง มาเป็นประจักษ์พยาน เบิกความว่า ในการเข้ารับตำแหน่งสำคัญสังกัด บช.ก. ได้มอบเงินให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จำเลยที่ 1 ผ่าน พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ และเมื่อรับตำแหน่งแล้วต้องจ่ายเงินให้อีกเป็นรายเดือน นอกจากนี้ยังมีพยานซึ่งเป็นผู้ขับรถ ที่พบเห็นเหตุการณ์ว่า เมื่อปี 2557 มีตำรวจนำซองเอกสารมามอบให้ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ ขณะที่จำเลยที่ 4 เคยมาพบ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ ด้วย อีกทั้งยังมี 2 นายตำรวจชั้นสัญญาบัตรที่มีหน้าที่ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย บช.ก. เบิกความด้วยว่า แม้จะมีหน้าที่ในการพิจารณาบัญชีโยกย้าย แต่ก็ไม่ได้ทำหน้าที่ดังกล่าวเลย พยานหลักฐานที่นำสืบมาประกอบคำรับสารภาพจำเลย รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1-2 กระทำผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใดให้บุคคลนำทรัพย์สินมามอบให้ ตามมาตรา 148 และร่วมกันเรียก รับ ทรัพย์สิน ฯ มาตรา 149 ส่วนจำเลยที่ 3- 5 มีความผิดฐานร่วมสนับสนุนกระทำผิด ม.148 และ 149
จึงพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยที่ 1-5 เป็นความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษ จำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จำเลยที่ 1 และ พล.ต.ต.โกวิทย์ จำเลยที่ 2 ตาม ม.148 และ 149 คนละ 20 ปี ส่วน พ.ต.อ.วุฒิชาติ อดีต ผกก.4 ปคบ. , ด.ต.สุรศักดิ์ อดีต ผบ.หมู่ กก.2 ป. และ ด.ต.ฉัตรินทร์ อดีต ผบ.หมู่ ปพ.ป. จำเลยที่ 3- 5 จำคุกคนละ 12 ปี ขณะที่จำเลยให้การรับสารภาพ และเคยปฏิบัติหน้าที่สร้างคุณงามความดี เห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จึงให้จำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพล.ต.ต.โกวิทย์ คนละ 10 ปี ส่วน พ.ต.อ.วุฒิชาติ , ด.ต.สุรศักดิ์ และ ด.ต.ฉัตรินทร์ จำเลยที่ 3- 5 จำคุกคนละ 6 ปี
ขณะเดียวกันศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีเรียกรับส่วยน้ำมันเถื่อน หมายเลขดำ อ.291/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์, พล.ต.ต.โกวิทย์ และพล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.) อายุ 55 ปี เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ ประโยชน์อื่นใด ฯ , เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฯ และหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 , 157 และ 149 สืบเนื่องจากกรณี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 55 – กรกฎาคม 57 ได้ร่วมกัน เรียก รับเงินรายเดือนจากผู้ประกอบการหลายราย ที่ลักลอบจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง บริเวณน่านน้ำไทย รวมเป็นเงิน 147.4 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่จับกุมผู้ประกอบการ ขณะที่จำเลยที่ 3 ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเงินส่วยที่เก็บไปนั้น จะต้องนำไปมอบให้ผู้บังคับบัญชาของตน เพื่อนำไปถวายให้กับองค์รัชทายาทด้วย โดยชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาล จำเลยทั้งสาม ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
โดยคดีนี้อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 29 มกราคม พร้อมกับเรียกรับส่วยแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเช่นกัน
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ จำเลยที่ 1- 2 มีความผิดฐานเรียก รับ ประโยชน์อื่นใด ฯ ตาม ม.149 ให้จำคุกคนละ 10 ปี ส่วน พล.ต.ต.บุญสืบ จำเลยที่ 3 มีความผิดตาม ม.149 และความผิดดูหมิ่นสถาบัน ฯ ตาม ม.112 ด้วย จำคุก รวม 15 ปี โดยจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ เห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ จำเลยที่ 1- 2 คนละ 5 ปี ส่วน พล.ต.ต.บุญสืบ จำเลยที่3 จำคุก 7 ปี 6 เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ก่อนหน้านี้ศาลอาญา มีคำพิพากษามาแล้ว 3 สำนวน จำคุกรวม 16 ปี 9 เดือน ประกอบด้วย 1.เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 58 ศาลพิพากษาให้จำคุก 6 ปี คดีหมายเลขดำ อ.290/2558 ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบร่วมกันให้มีการเล่นพนันบ่อนโคลอนเซ่ ย่านพระรามเก้า และร่วมกันหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 , พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 ม.41 ,ม.123/1 และ พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 ฯ , สำนวนที่ 2 เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ศาลมีคำพิพากษาจำคุก 9 เดือน ในคดีหมายเลขดำ อ.415/2558 ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ ที่มีไม้ชิงชันแปรรูปจำนวน 68 แผ่นซึ่งเป็นไม้หวงห้ามไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และสำนวนที่ 3 เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ศาลพิพากษา จำคุก 10 ปี คดีหมายเลขดำ ฟย.16/2558 กระทำผิดพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3,5,7,60
ทั้งนี้เมื่อรวมโทษจำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีต ผบช.ก. ใน 3 สำนวน กับอีก 2 สำนวนในคดีส่วนน้ำมันเถื่อนและส่วยแต่งตั้งโยกย้าย ที่ศาลพิพากษาในวันนี้ ( 26 ก.พ.) อีก 15 ปีแล้ว รวมโทษจำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ทั้งสิ้น 31 ปี 9 เดือน
ส่วน พล.ต.ต.โกวิทย์ ผบช.ก.นั้น ก่อนหน้านี้ศาลอาญา มีคำพิพากษามาแล้ว 2 สำนวน จำคุกรวม 11 ปี ประกอบด้วย 1.คดีหมายเลขดำ อ.290/2558 ที่ร่วมกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบร่วมกันให้มีการเล่นพนันบ่อนโคลอนเซ่ และร่วมกันหมิ่นเบื้องสูง ฯ จำคุก 6 ปี และสำนวนที่ 2 คดีหมายเลขดำ ฟย.16/2558 ร่วมกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ในคดีฟอกเงิน จำคุก 5 ปี เมื่อรวมโทษจำคุก พล.ต.ต.โกวิทย์ ใน 2 สำนวน กับคดี 2 สำนวนที่ศาลพิพากษาในวันนี้ ( 26 ก.พ.) อีก 15 ปีแล้ว รวมจำคุก พล.ต.ต.โกวิทย์ อดีต รอง ผบช.ก. ทั้งสิ้น 26 ปี
ขณะที่ พล.ต.ต.บุญสืบ ก่อนหน้านี้ศาลอาญา มีคำพิพากษามาแล้ว 1 สำนวนจำคุก 1 ปี 6 เดือน ที่ร่วมกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ในคดีฟอกเงิน คดีหมายเลขดำ ฟย.16/2558 โดยเมื่อรวมโทษ พล.ต.ต.บุญสืบ อีก 1 สำนวนซึ่งศาลพิพากษาในวันนี้ ( 26 ก.พ.) เป็นเวลา 7 ปี 6 เดือนแล้ว จำคุก พล.ต.ต.บุญสืบ อดีต ผบก.รน.ทั้งสิ้น 9 ปี
ส่วนพ.ต.อ.วุฒิชาติ, ด.ต.สุรศักดิ์ และ ด.ต.ฉัตรินทร์ จำเลยร่วมคดีเรียกรับส่วยโยกย้ายตำแหน่งตำรวจ บช.ก.นั้น ถูกศาลพิพากษาคดีนี้เป็นสำนวนแรก







