posttoday
กมธ.ยกร่างฯเคาะเลือกตั้ง สส.ไม่เกิน 470 คน

กมธ.ยกร่างฯเคาะเลือกตั้ง สส.ไม่เกิน 470 คน

24 กุมภาพันธ์ 2558

กมธ.ยกร่างฯเคาะเลือกตั้ง สส.ไม่เกิน 470 คน ยึดระบบเขตและบัญชีรายชื่อ แต่ให้ประชาชนเลือกสส.บัญชีรายชื่อได้ตามใจชอบ

กมธ.ยกร่างฯเคาะเลือกตั้ง สส.ไม่เกิน 470 คน ยึดระบบเขตและบัญชีรายชื่อ  แต่ให้ประชาชนเลือกสส.บัญชีรายชื่อได้ตามใจชอบ

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงความคืบหน้าในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา  ในภาค2ผู้นำการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี หมวด 3 รัฐสภา ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร โดยมาตรา 103 กำหนดให้สส.มีจำนวนไม่น้อยกว่า 450 คนแต่ไม่เกิน 470คน ซึ่งมาจากส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 250 คน โดยส.ส. 1 คนมาจากจำนวนประชากร260,000 คน  เช่น ในกทม.หากคิดจำนวนประชากรผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จะมีส.ส. 22 คน เป็นต้น

ขณะที่ส.ส.บัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่น้อยกว่า 200คน แต่ไม่เกิน220คน โดยประชาชนจะต้องออกเสียงเลือกตั้งด้วยวิธีลงคะแนนโดยลับ แต่ละประเภทแยกกัน โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีอื่น มาตรา 107 การเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ แบบ (Open List)หรือให้ประชาชนเลือก “คนที่รัก พรรคที่ชอบ”และให้ผู้ใดที่อยู่ในบัญชีดังกล่าว 1 คน ได้รับเลือกเป็นส.ส. เพื่อเป็นการจัดอันดับความนิยม ตามความต้องการของประชาชน ยกตัวอย่างเช่น พรรค ก เสนอรายชื่อเรียงลำดับ 1-5 เพื่อให้ประชาชนรับทราบว่ามีผู้สมัครคนใดลงบ้าง แต่ภายหลังการเลือกตั้งกลับพบว่าหมายเลข 5 มีคะแนนนิยมมากที่สุด ดังนั้นเมื่อมีการคิดคำนวณส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รายชื่อลำดับที่5 ก็จะเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่1ของพรรค และคนที่จะได้เป็นส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อลำดับถัดไป ก็จะเรียงลำดับตามความนิยมของประชาชนที่เลือกเข้ามา

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวอีกว่า ในมาตรา 108 การกำหนดเขตเลือกตั้งส.ส.บัญชีรายชื่อ แบ่งพื้นที่ประเทศออกเป็น 6ภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคใต้   โดยในแต่ละพื้นที่ มีส.ส.ภาคละประมาณ30-35คน ขณะที่การคิดคำนวณ ส.ส.ของแต่ละพรรคการเมืองนั้น คณะกรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเป็นผู้ดำเนินการนับคะแนนเอง  โดยจะยึดระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ที่คำนึงถึงคะแนนเสียงของประชาชนตามความเป็นจริงและเปิดโอกาสให้พรรคเล็กสามารถเข้ามาสู่สภาได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่า  พรรค ก ได้คะแนนส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวน 3ล้านคน โดยคิดจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 30ล้านคน จะทำให้พรรค ก. มีส่วนแบ่งส.ส.  ร้อยละ 10 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 450 คน ดังนั้นพรรค ก.จะมีโควตา ส.ส.จำนวน 45คน ซึ่งถ้าหาก พรรค ก ได้คะแนนส.ส.ระบบเขต จำนวน30คน ก็จะเหลือโควตา ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก15คน ซึ่งเฉลี่ยจากคะแนนความนิยมจาก 6ภาค

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ