posttoday
กุ้งเผากับอัตราดอกเบี้ย

กุ้งเผากับอัตราดอกเบี้ย

24 กุมภาพันธ์ 2558

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมถูกเจ้านายสองคนแม่ลูกบังคับให้ขับรถไปกินกุ้งเผาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยอ้างเหมือนกับที่เคยอ้างที่อยากกินกุ้งเผาว่าจะไปไหว้พระ

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมถูกเจ้านายสองคนแม่ลูกบังคับให้ขับรถไปกินกุ้งเผาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยอ้างเหมือนกับที่เคยอ้างที่อยากกินกุ้งเผาว่าจะไปไหว้พระ

พอไปถึงร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำที่เคยกินกันมาตั้งแต่หนุ่มจนแก่ นั่งโต๊ะเสร็จเรียบร้อยจะสั่งกุ้งเผา บริกรก็รีบถามก่อนว่าต้องการจะกินกุ้งขนาดไหน มี 3 ราคา คือ 700 800 และ 900 บาท/ตัว ซึ่งผมคิดว่าร้านนี้จัดขนาดกุ้งแบบเอสเอ็มแอล และคงกลัวว่าผมไม่มีเงินจ่ายถ้าไม่บอกก่อน

ฟังราคาแล้วไหนๆ ก็ไหนๆ ตัดสินใจสั่งกุ้งขนาดเอส 700 บาทไป 3 ตัว เพราะจะสั่งแค่ตัวเดียวมาแบ่งกันกินสามคนพ่อแม่ลูกก็ดูกระไรอยู่ แล้วมานึกได้ว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อนพาแขกมาจากต่างประเทศมากิน ยังขายอยู่ตัวละ 600 700 800 บาทเท่านั้น เท่ากับร้านนี้ขึ้นราคากุ้งเผา 17% ในเวลาไม่ถึง 6 เดือน ทั้งๆ ที่อัตราเงินเฟ้อเดือน ม.ค.ปีนี้ ปรับตัวลดลง 0.41% ทำเอาใครๆ ก็กลัวว่าเงินจะฝืด

ที่น่าสังเกตคือ ถึงกุ้งจะแพงและขึ้นราคาแบบไม่สนใจว่าจะมีใครมาคุ้มครองผู้บริโภคหรือไม่ ซ้ำยังไม่ง้อลูกค้า ไม่รับบัตรเครดิตทุกๆ ยี่ห้อ ใครจะไปกินต้องพกเงินสดไปจ่ายลูกเดียว แต่ยังมีลูกค้ามานั่งอุดหนุนกินกุ้งและอาหารรสจัดจ้านกันเต็มร้านเหมือนเดิม

พอกินอาหารเสร็จผมก็ขับรถพาเจ้านายทั้งสองไปที่วัดมงคลบพิตร เพื่อไปกราบหลวงพ่อพระมงคลบพิตรเพื่อเป็นสิริมงคลหลังวันตรุษจีน ซึ่งปกติผมจะจอดรถแล้วเดินเข้าไปแต่ครั้งนี้ไปจอดรถด้านหลังแล้วเดินผ่านแผงขายสินค้านับร้อยๆ แผง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขนมไทย โรตีสายไหม มีด ตุ๊กตาพื้นบ้าน วันนั้นมีคนขายมากกว่าคนเดินตลาด ถามไถ่ดูได้ความว่าตั้งแต่ปีใหม่มาขายไม่ดี คนที่มาเดินตลาดน้อยลง และที่มาก็ไม่ค่อยซื้อสินค้าบ่นว่าราคาแพง ทั้งๆ ที่ไม่ได้ขึ้นราคา พอเดินมาถึงหน้าพระวิหารได้ยินเสียงโฆษกวัดประกาศให้คนเข้ามาทำบุญและยังวิเคราะห์สาเหตุด้วยว่า เศรษฐกิจคงไม่ดีคนเลยไม่มาทำบุญ

ผมกลับมานั่งคิดดูว่า ทำไมร้านกุ้งเผาขายกุ้งเผาตัวละ 700 บาท ถึงมีคนไปกินกันอุ่นหนาฝาคั่ง ส่วนโรตีสายไหมถุงเล็กถุงละ 30 บาท กลับขายได้น้อยลง ยิ่งแม่ค้าขายกะละแมของฝากขึ้นชื่อของวัดนี้มานานบอกว่า ทั้งวันขายไม่ได้เลย ผมเลยแนะนำแกว่าให้ติดป้ายโฆษณาสรรพคุณกะละแมโดยด่วนว่า มีส่วนผสมของ Fresh Coconutmilk หรือกะทิสด ซึ่งว่ากันว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย วันหลังใครไปวัดนี้แล้วเห็นป้ายโฆษณากะละแม บอกให้ผมทราบด้วย เพื่อความภาคภูมิใจว่ามีส่วนอัพเกรดสินค้าโบราณให้ดูทันสมัยขึ้น สมัยนี้จะขายสินค้าหรือออกนโยบายอะไร ถ้าไม่มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษดูจะไม่ขลังเท่าที่ควร

เรื่องนี้น่าจะสอนให้รู้ว่า การทำมาค้าขายนั้น คุณภาพของสินค้าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ถ้าสินค้าคุณภาพดีต่อให้ราคาแพงกว่าคนอื่นบ้างก็ขายได้ อย่างกุ้งเผาที่เล่าให้ฟัง หรือเครื่องจักรหรือรถยนต์จากเยอรมนี เป็นต้น ส่วนสินค้าพื้นๆ ไม่เน้นคุณภาพ ถ้าไม่เป็นสิ่งแปลกใหม่ถึงราคาไม่แพงก็ขายไม่ได้ โดยเฉพาะในยามที่เศรษฐกิจฝืดเคือง และยิ่งถ้าคุณภาพสู้คู่แข่งไม่ได้ ต่อให้ลดราคาลงมาเท่าไรก็ขายไม่ได้อยู่ดี

พูดเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ว่า อีก 2-3 สัปดาห์หน้า คณะกรรมการนโยบายการเงินอาจถูกกดดันให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจากเดิม 2% เหลือ 1.75 หรือ 1.5% ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นการบริโภค การลงทุนและการส่งออก

คสช.ให้ลดดอกเบี้ยตามที่ว่า คือ เมื่อลดดอกเบี้ยเงินบาทก็จะอ่อนค่าลง สินค้าไทยก็จะราคาถูกลงตามไปด้วย ทำให้ไทยสามารถส่งสินค้าไปขายต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น จีดีพีก็จะได้โตขึ้น 4% บ้าง 5% บ้าง ตามเป้าหมายของผู้บริหารประเทศ

นอกจากการเพิ่มการส่งออกแล้ว ก็หวังว่าเมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลง ธนาคารจะลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้คนกู้เงินมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หรือใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพราะภาระการจ่ายดอกเบี้ยลดลง นักธุรกิจก็จะลงทุนมากขึ้นด้วยเหตุผลเดียวกัน

คงต้องรอดูกันต่อไปว่า กนง.จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ เพราะจริงๆ แล้วอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2% เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว ถ้าจะปรับลงอีกต้องปรับแล้วก่อให้เกิดผลตามที่คาดหวังจริงๆ เพราะถ้าปรับลดลงแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น ถ้าในอนาคตมีความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้นโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะขาดเครื่องมือที่สำคัญที่จะใช้คือการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง

ว่าไปแล้วก็เหมือนกับกรณีกุ้งเผากับโรตีสายไหมแหละครับ ถ้าการลดดอกเบี้ยลงมาอีก 0.25% หรือ 0.5% ทำให้เงินอ่อนค่าได้จริง แต่สินค้าที่ส่งไปขายไม่มีคุณภาพหรือเป็นสินค้าที่มีคู่แข่งแย่งตลาดอยู่ โดยเฉพาะคู่แข่งระดับอภิมหายักษ์อย่างจีน ลดราคาลงเท่าไรคงขายเพิ่ม และอาจถูกผู้นำเข้ากดราคาลงไปอีกก็ได้ แต่ถ้าสินค้าที่ส่งไปขายเป็นสินค้าแปลกใหม่ สินค้าที่มีคุณภาพดีตรงกับความต้องการของผู้ซื้อ ถึงราคาจะแพงก็ยังมีคนซื้ออยู่ดี

ส่วนความหวังที่ว่า ถ้าลดอัตราดอกเบี้ยลงแล้วจะทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงนั้นก็ถูกอีกตามทฤษฎี แต่สมัยนี้ไม่แน่ว่าถ้าดอกเบี้ยเงินบาทลดลงแล้วอาจทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นก็ได้ใครจะรู้ ถ้าการลดดอกเบี้ยทำให้คนเอาเงินออกจากธนาคารไปเล่นหุ้น ทำให้ราคาหุ้นสูงขึ้น นักลงทุนต่างชาติอาจส่งเงินเข้ามาเล่นหุ้นเก็งกำไรผสมโรงเพิ่มขึ้นอีก ถ้าผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยที่ได้จากพันธบัตร ก็แน่นอนว่าตลาดหุ้นคงจะบูมกันขนานใหญ่ แต่เงินที่ไหลเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงอาจจะหายากขื้น และเงินบาทอาจจะแข็งค่าขึ้น แทนที่จะอ่อนค่าลงก็ได้

ที่ไม่ค่อยพูดกันคือ ดอกเบี้ยนั้นไม่ใช่มีแต่ดอกเบี้ยเงินกู้ แต่มีดอกเบี้ยเงินฝากด้วย ลำพังที่ยังไม่ลดดอกเบี้ยนโยบาย คนที่ต้องอาศัยรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากเลี้ยงชีวิต ก็ต้องกระเหม็ดกระแหม่กันเลือดตาแทบกระเด็นอยู่แล้ว เพราะธนาคารจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากให้แค่ 2% ต่อปี ไม่ลองคิดนอกกรอบขึ้นดอกเบี้ยดูบ้างหรือ เพื่อเพิ่มรายได้ให้คนกินดอกเบี้ย เผื่อการบริโภคจะเพิ่มขึ้นไงครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน