posttoday
โซเชียลกีฟเวอร์ กับแนวคิดใหม่เรื่องธุรกิจเพื่อสังคม

โซเชียลกีฟเวอร์ กับแนวคิดใหม่เรื่องธุรกิจเพื่อสังคม

22 กุมภาพันธ์ 2558

คงดีไม่น้อยที่เราจะได้เห็นว่า เงินบริจาคของเรามีผลอย่างไรต่อใครอย่างแท้จริง

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

คงดีไม่น้อยที่เราจะได้เห็นว่า เงินบริจาคของเรามีผลอย่างไรต่อใครอย่างแท้จริง และคงดีไม่น้อยที่เงินบริจาคจะเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้น จากกระเป๋าเงินของทุกคนบนโลก

อาชว์ วงศ์จินดาเวศย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มายโซเชียลโมชัน เจ้าของโครงการโซเชียลกีฟเวอร์ (Socialgiver) เล่าถึงแนวคิดว่า โซเชียลกีฟเวอร์เป็นรูปแบบใหม่ของการทำธุรกิจเพื่อสังคม ขณะเดียวกันก็เป็นรูปแบบใหม่มาตรฐานใหม่ของการบริจาค ผ่านการใช้บริการของโรงแรมชั้นนำ ร้านอาหารและสปาหรูหรา รวมทั้งกิจกรรมสนุกๆ ทั่วประเทศ ที่ไม่เพียงผู้ใช้บริการจะได้รับราคาพิเศษ แถมทุกบาทที่จ่ายจะถูกนำไปบริจาคให้แก่มูลนิธิหรือโครงการเพื่อสังคมที่ต้องการ

“สิ่งที่เราทำคือ การเปลี่ยนการใช้จ่ายของผู้บริโภคให้เป็นทุนเพื่อสังคม คนจ่ายจ่ายเงินเท่าเดิม แต่เงินจำนวนเดียวกันนี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นทุนเพื่อสังคม เพิ่มเข้ามาในระบบภาคสังคม” อาชว์เล่า

ด้านเจ้าของธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้บริจาคห้องพักโรงแรม โต๊ะอาหาร ชั่วโมงนวดสปา หรือโปรแกรมการทำกิจกรรมต่างๆ ให้นั้น ประโยชน์ที่ได้รับมีตั้งแต่ภาพลักษณ์ และการไม่สูญเปล่าของต้นทุนการให้บริการ “จะมีประโยชน์อะไรถ้าห้องพักในโรงแรมไม่มีคนเข้าพัก หรือร้านอาหารหรูหราแต่เต็มไปด้วยโต๊ะว่าง ปัจจุบันอัตราเฉลี่ยของการใช้บริการห้องพักโรงแรมคือ 55% นั่นหมายความว่าอีก 45% ถูกทิ้งขว้างไปเปล่าๆ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อใครเลย”

นอกจากนี้ โซเชียลกีฟเวอร์ยังได้ออกแบบช่องทางให้มูลนิธิสามารถสื่อสารตรงกับผู้บริจาคผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก สะท้อนความต้องการหรือปัญหา รวมทั้งรายงานความเคลื่อนไหวใหม่ๆ

“สำหรับผู้ให้คงไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าการได้รู้ว่าความช่วยเหลือที่เราหยิบยื่นให้แก่ใครสักคน มันบังเกิดผลนะ มันทำให้คนหรือใครก็ตามมีชีวิตที่ดีขึ้น มีโอกาสที่ดีขึ้น โซเชียลกีฟเวอร์หวังว่ามันจะทำให้คนยิ่งอยากที่จะบริจาคมากขึ้น”

โซเชียลกีฟเวอร์ กับแนวคิดใหม่เรื่องธุรกิจเพื่อสังคม มูลนิธิรักษ์สัตว์ป่า

 

อลิสา นภาทิวาอำนวย ผู้ร่วมก่อตั้ง บอกว่า ระบบการบริจาคเงินในปัจจุบันอาจจะตามไปไม่ถึงสุดทาง และวัฒนธรรมของผู้คนก็ไม่คิดจะตั้งคำถาม บริจาคแล้วก็แล้วกัน แต่โซเชียลกีฟเวอร์อยากตั้งมาตรฐานใหม่ ยิ่งโครงการรายงานกลับมาเท่าไร คนก็ยิ่งอยากบริจาคให้มากขึ้นเท่านั้น

ที่ผ่านมา โซเชียลกีฟเวอร์เริ่มทดลองระบบในเดือน ส.ค. 2556 ภายในระยะเวลา 5 เดือน ระดมทุนได้ 5 แสนบาท เพื่อ 5 โครงการ มีผู้ได้รับประโยชน์รวมทั้งสิ้น 190 คน โดยจะเปิดตัวเว็บไซต์ socialgiver.com อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มี.ค.นี้ ตั้งเป้าการระดมทุนในปีแรกที่เปิดอย่างเป็นทางการ 10 ล้านบาท เพื่อให้การช่วยเหลือมูลนิธิและโครงการต่างๆ ในประเทศไทย 40 โครงการ

“เมื่อก่อนบริษัทขายของได้แล้วจึงแบ่งส่วนกำไรมาบริจาคทำซีเอสอาร์ จากนั้นก็ต้องไปซื้อโฆษณาเพื่อบอกผู้คนว่าฉันทำอะไรเพื่อใคร ซึ่งไม่มีใครสนใจอยากอ่าน เพราะคนอ่านก็ไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรตรงจุดไหน
กลายเป็นคอร์สของบริษัทที่ต้องทำ ทั้งๆ ที่ทำแล้วก็ไม่ได้ประโยชน์”

โซเชียลกีฟเวอร์เข้าแก้ปัญหาในจุดนี้ โดยระบบออกแบบให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ตัวผู้บริจาคเป็นผู้เลือกตั้งแต่ต้นว่าเขาจะบริจาคให้ใครหรือให้โครงการอะไรที่เขาเห็นประโยชน์ ขณะที่ตัวธุรกิจก็ได้ภาพลักษณ์จากการทำเอสอี (โซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์) ที่ลูกค้ามีส่วนร่วม ห้องว่างโรงแรม โต๊ะว่างในร้านอาหาร หรือคนนวดในสปาที่นั่งว่างๆ เฉยๆ ซึ่งเคยเป็นต้นทุน ถูกบริหารจัดการให้เป็นประโยชน์ ขณะที่มูลนิธิก็ได้เงินไปใช้ในโครงการที่ต้องการ

“โซเชียลกีฟเวอร์คือระบบนิเวศแห่งการให้ ที่ทุกคนได้ ไม่ใช่ใครวิน ไม่ใช่วิน-วิน แต่เป็นวิน-วิน-วิน ผู้ให้ผู้รับและตัวธุรกิจมีส่วนร่วมในการให้การรับซึ่งกันและกัน การบริจาคหรือการให้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่เพราะแค่การให้จะทำให้ผู้ให้รู้สึกดี แต่เพราะมันเป็นเหตุผลที่ดีที่จะให้”

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ