
พลังจากขอบฟ้า
ถ้าโลกนี้ดับสูญ จู่ๆ ก็ไม่มีผู้คน ไม่มีเรื่องต่างๆ ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
ถ้าโลกนี้ดับสูญ จู่ๆ ก็ไม่มีผู้คน ไม่มีเรื่องต่างๆ ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น
เคยคิดหลายครั้งในยามที่นึกอะไรไปเรื่อยเปื่อยและเบื่อกับสิ่งรอบข้าง ไม่ใช่แค่ตัวเราดับสูญจากโลก แต่ถ้าโลกทั้งใบอันตรธานหายวับไปจากอวกาศแล้วจะเป็นอย่างไร
มันคงจะเงียบสงัดอื้ออึ้งวุ้งวิ้งในแก้วหูยาวไปถึงหนึ่งหมื่นปีแสงจนกว่าจะมีโลกภพใหม่เกิดขึ้นกระมัง
ก็คงจะแปลกถ้าไม่เหลือสสารใดในโลก มีเพียงจักรวาลทางช้างเผือกว่างเปล่า ไม่มีสิ่งมีชีวิต ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีการแข่งขัน ไม่มีข่าวสหรัฐ ไอซิส ไม่มีสงครามมวลมนุษยชาติ ไม่มีบิ๊กตู่ ไม่มีทักษิณ วนเวียนอยู่อย่างนี้กระทั่งตัวเราไม่มีภาระ ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์กระจกฝังชิปติดตัวกันคนละ 2-3 เครื่อง
หลายครั้งที่สมองมึนตื้อจากความคิดกับวงจรชีวิตเดิมๆ ตื่นขึ้นมาวุ่นวายกับการเตรียมไปทำงาน ก้มหน้าอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เงยหน้าอีกทีก็เย็นจนดึกกลับถึงบ้าน นอนเสร็จรุ่งเช้ารีบอาบน้ำมาทำงานต่อ
ในความเร่งรีบที่ต้องโม่งานประหนึ่งเครื่องจักรกรรมกร ผลิตอุปกรณ์หามรุ่งหามค่ำ แต่ก็ดูแสนช้าเมื่อเทียบกับจิตใจที่อยากให้มันจบเร็วพลันในแต่ละวัน บางครั้งก็อยากท้ารบกับมัน “เอาซิวะ มาอีก ไม่กลัวเลย ขอลุยสักตั้ง” เอาเข้าจริงมันพุ่งมาเป็นคมหอกกองทัพจู่โจมจนเลือดอาบ
ชีวิตในวัยกลางคนหลายคนเลยจุดค้นหาตัวเองต่างจากสมัยเรียนจบใหม่ๆ ที่ยังเก้ๆ กังๆ วัยนี้เหมือนอยู่ตรงจุดกลางของเส้นเชือกชักเย่อปานประหนึ่งร่างกายจะถูกฉีกขาด
เบื้องหน้าต้องกันเงินเพื่อดูแลพ่อแม่ยามล้มป่วยแก่เฒ่า ข้างหลังหาทุนรอนส่งให้เจ้าตัวน้อยเติบโตในอนาคต มีเท่าไรก็ทุ่มจนหมด ถมไม่เต็มเสียที ไม่นับการผ่อนหนี้ซื้อรถ บ้านของตัวเอง ที่ติดตามตัวไปจนตายกับคอนเซ็ปต์ “ผ่อนสบายๆ 30 ปี”
วัยที่เพิ่มขึ้นความหมายของชีวิตแปรเปลี่ยน จากที่เคยเปิดกว้าง สนุก เริงร่า เรียนรู้กับสิ่งแปลกใหม่ ตลกโปกฮา ค่อยๆ เป็น เคร่งขรึม จิตตก เครียด กดดัน กังวลที่ต้องรับผิดชอบอีกหลายชีวิตในครอบครัว
บางคนว่า “เราไม่ได้อยู่เพื่อตัวเรา แต่เราอยู่เพื่อให้ชีวิตคนอื่นอยู่ได้ ถ้าไม่มีเรา พ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ลูกก็ลำบากไปด้วย เพราะเราเป็นกำลังหลักของครอบครัว”
การเดินทางพักผ่อนช่วยเปิดโลกทัศน์แปลกใหม่ลดความมึนตึงไปได้บ้าง หลุดออกจากกับดัก “งานคือเงิน เงินคืองานบันดาลสุข” ช่วยพาเรามองถึงความหมายชีวิตที่ดีงามอีกด้านนึกถึงความท้าทายใหม่ ความฝันเก่าที่ยังมีอยู่ ยาวไปถึงความสุขที่ได้ “คิดบวก” ไปไกลถึงวัยเกษียณในอีกไม่กี่สิบปีได้ฝันถึงการมีบ้านในต่างจังหวัด ทำสวนปลูกต้นไม้ในท้องไร่ กินใช้อย่างพอดีพอใช้ หมุนเข็มชีวิตให้สโลโมชั่นลง ความแก่คงทำให้เราหมดกิเลสไม่ต้องไปหลงกับสิ่งยั่วยวนรอบกายเหมือนปัจจุบัน
การได้มอง “ภาพรวม” เรื่องราวบางอย่างทำให้เข้าใจปัญหาและหาแก้วิธีแก้ไขกับสิ่งที่เผชิญอยู่ได้เหมือนกับนาฬิกา ผมชอบใช้ที่มีเข็มบนหน้าปัดเพราะทำให้เห็นจำนวนเวลาที่ผ่านมาแล้ว และที่เหลืออยู่ในแต่ละวันจะได้รู้ว่าควรจัดลำดับว่าสิ่งใดควรทำก่อนทำหลัง
ระหว่างการเดินทางถ้าต้องขึ้นเครื่องบิน ผมจะลุ้นนั่งติดหน้าต่าง เพราะการได้อยู่ที่สูงและมองเห็นโลกข้างล่างช่วยให้ชีวิตไม่อึดอัดมุมสูงยังช่วยมองภาพรวมต่างๆ ได้ดี จากเมืองที่รถติดสาหัสขึ้นมามอง ทำให้รู้ว่าต้นตอปัญหาอยู่ตรงไหน
บางมุมเห็นบ้านเรือนตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางท้องทุ่ง มีสายน้ำล้อมรอบ เห็นแปลงนาเขียวครึ้มชื่นใจ นึกถึงความอุดมสมบูรณ์ การพักผ่อนในดงธรรมชาติ เห็นดวงดาวธรรมกายย่านปทุมฯ บอกถึงความยิ่งใหญ่ของลัทธิแห่งนี้จนไม่มีใครจัดการได้ ยามดึกก็น่าทึ่งอีกแบบแสงระยิบระยับตัดกับเส้นไฟทางหลวงสีส้มทอดยาวปนไปกับแสงไฟรถที่เคลื่อนไหวคึกคักไปตามถนนสะท้อนถึงมหานครจอแจไม่มีเวลาหลับ
บางครั้งเมื่อต้องเดินทางไกลไปอีกซีกโลก ได้เห็นความแปลกประหลาดน่าทึ่งของภูมิประเทศที่หลากหลาย เทือกเขาสลับซับซ้อนฉาบด้วยหิมะขาวโพลนน่าพิศวง มองเห็นทะเลทรายสีแดง จนไม่น่าเชื่อจะมีความเจริญปรากฏจากเมืองเล็กตั้งอยู่บนความแห้งแล้งเชื่อมด้วยถนนแยกเป็นกิ่งก้านสาขาอ้อมภูเขาไปอีกเมือง
เรื่อยไปถึงได้เห็นเกาะน้อยใหญ่โอบล้อมด้วยทะเล มองดูแล้วน่าจะเป็นแผ่นดินผืนเดียว ชวนนึกถึงข้อสันนิษฐานว่า ทวีปต่างๆ ล้วนมาจากเปลือกโลกแผ่นเดียวกัน กระทั่งความมหัศจรรย์ของมนุษย์ในอภิมหาโครงการ ดูไบเวิลด์ที่เนรมิตตึกระฟ้างอกแผ่นดินขึ้นมาบนมหาสมุทรสร้างเป็นรูปลูกโลกเฉือนขายให้มหาเศรษฐีเป็นเจ้าของ
ก้อนเมฆขาวโพลนเล็กใหญ่เป็นปุยนุ่นละลานตา ผสานเส้นขอบฟ้าสีส้มเปล่งประกายกระทบกระจกเครื่องบิน ชวนสร้างจินตนาการและเรื่องราวท้าทายที่รออยู่
เพียงแค่นี้ก็ช่วยเติมพลังให้กับชีวิตและเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่ดูจะซับซ้อนให้รู้ถึงต้นตอของปัญหาหลายอย่างได้







