posttoday
เรียนรู้ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาไทย

เรียนรู้ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาไทย

22 กุมภาพันธ์ 2558

สมัยที่กำลังจะเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย หลายคนอาจยังไม่รู้ใจตัวเองว่าหลังจากนี้ต้องการเดินไปทิศทางไหนหรืออยากทำอะไร

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

สมัยที่กำลังจะเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย หลายคนอาจยังไม่รู้ใจตัวเองว่าหลังจากนี้ต้องการเดินไปทิศทางไหนหรืออยากทำอะไร

แต่สำหรับ “กฤตินี พงษ์ธนเลิศ” อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี วัย 30 ปี ซึ่งพ่วงตำแหน่งคอลัมนิสต์ชื่อดัง คอลัมน์ Japan Gossip ของเว็บไซต์ marumura ที่เหล่าแฟนคลับผู้ชื่นชอบญี่ปุ่นรู้จักกันดี ภายใต้นามปากกาว่า “เกตุวดี” กลับมีแรงบันดาลใจที่ชัดเจนรวดเร็วกว่าคนในวัยเดียวกันและทำให้เธอกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับญี่ปุ่น ถ่ายทอดทุกเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่นออกมาให้แฟนพันธุ์แท้ญี่ปุ่นได้อ่านกัน

กฤตินี เล่าว่า พ่อและแม่ของเธอทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่เจ้าหนึ่ง ทำให้เธอได้เห็นวิธีการปฏิบัติของเจ้านายญี่ปุ่นที่มีต่อคนไทยรวมถึงวัฒนธรรมการทำงานของคนไทย และเมื่อสมัยมัธยมศึกษาตอนต้นได้เริ่มเรียนประวัติศาสตร์ ศึกษาข่าวคราวเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นทั้งเรื่องเทคโนโลยีและวัฒนธรรม

สิ่งที่พบเห็นทำให้เกิดคำถามมากมายกับตัวเองว่า เหตุใดประเทศที่เคยแพ้สงครามโลกยังมีคนใส่กิโมโนอยู่ จึงสร้างหุ่นยนต์ไฮเทค สร้างชินกันเซนได้ เปรียบเสมือนคนที่กำลังตกหลุมรักใครสักคนก็อยากรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาจนกระทั่งช่วงกำลังจะจบมัธยมปลาย กฤตินีก็ยังมุ่งมั่นกับการหาคำตอบที่ตัวเองอยากรู้ ด้วยการสอบชิงทุนไปศึกษาต่อยังประเทศญี่ปุ่น แต่ในช่วงเวลานั้นก็สอบชิงทุนการศึกษาไปเรียนที่สหรัฐเป็นอีกทางเลือกหนึ่งด้วย

ในที่สุดเธอก็สอบได้ทั้งสองทุน แล้วก็ตัดสินใจแน่วแน่ทิ้งทุนไปศึกษาต่อที่สหรัฐ โดยเลือกทุนศึกษาต่อญี่ปุ่นเพื่อเดินหน้าตอบคำถามให้ชีวิต พร้อมจุดมุ่งหมายใหม่ คืออยากนำศาสตร์ของญี่ปุ่นที่เป็นประโยชน์มาพัฒนาประเทศไทยให้ดีขึ้น

กฤตินีใช้เวลาเรียนภาษาญี่ปุ่น 1 ปีเต็มก่อนจะเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี 4 ปี ต่อด้วยปริญญาโท 2 ปี และปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาปริญญาเอกที่ญี่ปุ่น รวมแล้วได้ใช้ชีวิตในญี่ปุ่นมานาน 7-8 ปี ซึ่งทำให้รู้ว่าภูมิหลังของไทยและญี่ปุ่นนั้นต่างกันมาก เช่น ญี่ปุ่นมีฤดูกาลชัดเจน มีแผ่นดินไหว จะต้องเตรียมการรับมือตลอด ส่วนไทยไม่ต้องรับมือเรื่องพวกนี้มาก ใช้ชีวิตแบบสบายๆ ทำให้วิธีการพัฒนาประเทศแตกต่างกัน

ส่วนสิ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จหลายๆ เรื่องคงมาจากความอดทน พยายาม และการคิดถึงผู้อื่นก่อนตัวเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นแรงผลักดันสำคัญทำให้ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จด้านการทำตลาดต่างๆ

“คนญี่ปุ่นจะมีคำพูดที่น่าสนใจ เช่น ก่อนกินข้าวต้องบอกขอบคุณคนทำอาหาร หลังกินข้าวต้องขอบคุณวัตถุดิบที่ถูกนำมาทำอาหาร สิ่งเหล่านี้ทำให้คนในสังคมพูดดีต่อกัน ถ้าแนวทางนี้นำมาใช้ในไทยได้จะดีมาก” กฤตินี กล่าวหลังจากเรียนรู้ญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งแล้ว กฤตินี มองว่า ญี่ปุ่นไม่ใช่ชาติที่เรียนรู้และเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งในระยะเวลาอันสั้น 2-3 ปีแรกที่ไปอยู่ญี่ปุ่นคิดว่าเข้าใจคนญี่ปุ่นแล้ว แต่ผ่านมา 7-8 ปี กลับรู้สึกว่าเพิ่งจะเริ่มเข้าใจความคิดของคนญี่ปุ่นจริงๆ

กฤตินี มองว่า ไทยสามารถเรียนรู้จากวิธีการทำตลาดของญี่ปุ่นที่ทำให้เกิดกระแสญี่ปุ่นฟีเวอร์ คนชอบซื้อของญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากการที่คนญี่ปุ่นรู้จักคิดสร้างสรรค์ สร้างเรื่องราวขึ้นมาให้กับเมืองต่างๆ จนดึงดูดให้คนอยากไป มีการสร้างผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับเรื่องราวที่สร้างขึ้น และสร้างกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวที่สร้างขึ้นมา

ขณะเดียวกันเวลาทำอะไรภาครัฐ เอกชน และประชาชนในญี่ปุ่นจะเดินไปทิศทางเดียวกัน เช่นรัฐบาลสนับสนุนให้ปลูกต้นไม้ให้หน้าบ้านสวยงามเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว คนญี่ปุ่นก็ปฏิบัติตาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากภาครัฐและเอกชนไทยร่วมแรงร่วมใจไปในทิศทางเดียวกัน ท่องเที่ยวไทยก็มีโอกาสบูมได้เหมือนญี่ปุ่น

“ญี่ปุ่นมีระบบว่าหากคนไปเที่ยวที่ไหนมากเกินไปแล้ว รัฐบาลจะเริ่มกีดกันให้ปริมาณคนไม่ล้นทะลัก เช่น มีมาตรการเก็บค่าตั๋วเข้าชม ขณะที่ท่องเที่ยวไทยนักธุรกิจมักจะเริ่มนึกถึงจากธุรกิจของตัวเองก่อนดึงคนมาเที่ยวมากๆ จนบางครั้งลืมดูผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐบาล เอกชน และคนไทยน่าจะช่วยกันดูแลเรื่องนี้มากขึ้น” กฤตินี กล่าว

คนส่วนมากมักจะเริ่มเดินตามเส้นทางของตัวเอง โดยคำนึงถึงความฝันของตัวเองเป็นหลัก หากประเทศไทยมีคนแบบกฤตินีที่เริ่มเดินตามเส้นทางของตัวเอง โดยคำนึงถึงสิ่งที่จะตอบแทนประเทศชาติได้มากๆ คงจะทำให้ประเทศวันข้างหน้าดีกว่านี้แน่นอน

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน