posttoday
สนช.เห็นชอบกฎหมายปปช.ไล่บี้คดีทุจริตนอกประเทศ

สนช.เห็นชอบกฎหมายปปช.ไล่บี้คดีทุจริตนอกประเทศ

19 กุมภาพันธ์ 2558

สนช. เห็นชอบหลักการกม.ปปช. เปิดช่องไล่บี้คดีทุจริตนอกราชอาณาจักร ริบทรัพย์ และไม่นับอายุความหากหลบหนีคดี

สนช. เห็นชอบหลักการกม.ปปช.  เปิดช่องไล่บี้คดีทุจริตนอกราชอาณาจักร ริบทรัพย์ และไม่นับอายุความหากหลบหนีคดี 

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)   มีมติ 172 ต่อ 5 งดออกเสียง 10 เสียง เห็นชอบในหลักการวาระแรก ร่างพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้เสนอพร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารายละเอียด จำนวน 21คน

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.​ชี้แจงหลักการและเหตุผล ว่า การแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้เพื่อนุวัติการตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านทุจริต ค.ศ.2003 (United Nation Convention Against Courruption : UNCAC) และแก้ไขคำผิดในกฎหมายเดิม โดยแก้ไขให้เป็นไปตาม UNCAC ทั้ง 9 ประเด็น และแก้ไขคำผิด 1 ประเด็น  อาทิ การแก้ไขจะแก้ไขเกี่ยวกับบทนิยามคำว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลต่างประเทศ” และ “เจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ” เพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศรับสินบน รวมถึงเอกชนที่เกี่ยวข้อง ให้ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนการกระทำความผิดที่อยู่ในอำนาจการไต่สวนของป.ป.ช.ซึ่งกระทำลงนอกราชอาณาจักร

นายปานเทพ กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.นี้ยังเพิ่มเติมเนื้อหา กรณีคู่กระทำความผิดหลบหนีมิให้นับระยะเวลาที่จำเลยหลบหนีรวมเป็น 1 ของอายุความ และมิให้นำอายุความล่วงเลยการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 98 มาบังคับใช้ กำหนดความผิดในส่วนที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าที่หน้าที่ของรัฐบาลต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศผู้รับสินบน และเอกชนผู้ให้สินบน รวมถึงนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้สินบนนอกจากนี้ยังกำหนดให้การริบทรัพย์สินบน เนื่องจากการกระทำความผิดตามกฎหมายป.ป.ช.ครอบคลุมถึงทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ที่บุคคลได้มาจากการกระทำความผิด ​

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิก สนช.อภิปรายตั้งข้อสังเกตว่า สนับสนุนจากการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้สอดคล้องกับ UNCAC แต่ยังติดใจในเรื่องของอายุความในการกระทำความผิด เพราะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้ดี เพราะการที่ป.ป.ช.ส่งร่างกฎหมายฉบับนี้เข้ามาในขณะนี้  ซึ่งถือว่า ป.ป.ช.เป็นคู่กรณีของทั้งอดีตนายกฯและอดีตรัฐมนตรีหลายคน จึงดูเหมือนกับเป็นการเช็คบิลหรือไม่ รวมไปถึงเรื่องการกำหนดให้ยึดทรัพย์ หากผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีคดี โดยมีความเชื่อว่า ทรัพย์สินที่โกงไปนั้นมีความคุ้มค่าที่จะหลบหนีคดี จึงรอระยะเวลาที่จะพ้นโทษเราจะดำเนินการอย่างไร จึงเห็นว่ามีข้อจำกัดในการหลบหนีคดีจะเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อเราให้สัตยาบรรณกับ UNCAC แล้วในประเทศอื่นๆกรณีที่ผู้หลบหนีคดีไปประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญา UNCAC จะมีปัญหานี้หรือไม่

นายปานเทพ   ชี้แจงว่า ป.ป.ช.ถือเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งในประเทศคงไม่มีปัญหา แต่เราดำเนินการไปโดยที่มีกฎหมายรองรับโดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายเฉพาะที่ทำเรื่องนี้จำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้ป.ป.ช.สามารถดำเนินการได้ ส่วนเรื่องอายุความเราไม่ได้แก้หลักการแต่แก้ให้ตรงกับพันธกรณี UNCAC ซึ่งเราจะใช้ช่องว่างตรงนี้ให้อายุความเดินไปเรื่อยๆเมื่อเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว คนที่สุจริตก็จะเข้ามาสู่กระบวนการได้ แต่คนที่ทุจริตก็จะอาศัยช่องว่างนี้ไม่ได้ ส่วนเรื่องยึดทรัพย์สินมูลค่าจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ถือเป็นหลักสากล ยืนยันว่ากฎหมายนี้ทำขึ้นเพื่อให้ป.ป.ช.สามารถทำงานได้ในฐานะที่เราเป็นหน่วยงานเฉพาะ ทำงานด้านนี้ ซึ่งเราได้ประสานการทำงานกับอัยการสูงสุดอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติถอน ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ​พิจารณา ก่อนรับหลักการพิจารณาเสร็จแล้ว ตามที่ประธานป.ป.ช.ขอถอนกลับไปพิจารณาใหม่ 

พล.ต.อ.ชัชวาลย์  สุขสมจิตร์  ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ฉบับที่..)พ.ศ.. รายงานผลการศึกษาว่า  กรรมาธิการได้พิจารณาหลักการและเหตุผลของร่างพ.ร.บ โดยแยกสาระสำคัญออกเป็น 3 ส่วนคือ1.การอนุวัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ค.ศ.2003 หรือ UNCAC ซึ่งการมีกฎหมายภายในเพื่อรองรับพันธกรณีตาม UNCAC เป็นเรื่องจำเป็น แต่การออกกฎหมายเพื่อรองรับพันธกรณีดังกล่าวบางส่วนมีซ้ำซ้อน หรือมีผลกระทบต่อกฎหมายอื่น ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

2.ส่วนที่ว่าด้วยการเชื่อมอำนาจหน้าที่และประสิทธิภาพในการทำงานของป.ป.ช.ส่วนนี้ควรเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการยกร่างหากมีความจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมเพียงเท่าที่เป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนก่อน ทั้งนี้ในส่วนที่กำหนดมาตรการต่าง ๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของป.ป.ช. เนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวบางส่วนก่อให้เกิดผลกระทบต่อกฎหมายอื่น หน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตลอดจนประชาชนที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก จึงควรรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ3. ส่วนที่แก้ไขคำผิดในกฎหมายเดิม กมธ.มีความเห็นชอบที่จะแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องในร่างพ.ร.บ.นี้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ