posttoday
รัฐบาลอย่าประมาท

รัฐบาลอย่าประมาท

17 มิถุนายน 2553

....ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์

แถลงการณ์และจดหมายน้อยที่นายกรัฐมนตรีมีถึงประชาชนชาวไทย รวมทั้งรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นวิธีคิดของผู้นำรัฐบาลคนนี้ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็เห็นว่า นายกรัฐมนตรีคนนี้มีวาทกรรมเพราะๆ มากมาย คนฟังแล้วเคลิ้ม ส่วนทำได้มากน้อยเพียงใดนั้นเป็นอีกเรื่อง

นายกรัฐมนตรียอมรับว่า ความผิดต่างๆ มีความเชื่อมโยงกันเป็น “ขบวนการ” ซึ่งมีความหมายว่า มีระดับปฏิบัติการ มีการแบ่งงานกันทำเป็นสัดส่วนที่ไม่รู้ภารกิจของกันและกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน ดังนั้นรัฐบาลต้องทำลายขบวนการนี้ให้ได้

นายกฯ ยอมรับด้วยว่าความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้น ล้วนแล้วแต่มาจากการกระทำของ “คนไทย” ด้วยกันเองทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อนายกรัฐมนตรีได้ตระหนักแล้วว่าคนที่ทำร้ายชาติบ้านเมืองก็คือคนไทยด้วยกันท่านต้องเร่งดำเนินการโดยเร็วเฉียบขาดตรงไปตรงมา

การที่ไม่ยอม “ตัดไฟต้นลม” รัฐบาลและทหารอาจแก้ตัวว่า ต้องการปล่อยให้สถานการณ์ซึ่งเปรียบเสมือนผลไม้สุกงอมเสียก่อนเพื่อให้ผลไม้หล่นจากต้นเอง หรือปลิดผลได้ง่าย แต่ผู้ก่อการจลาจลไม่ใช่ผลไม้ที่จะให้สุกและร่วงมาเองหรือถูกปลิดได้ง่าย คนเหล่านี้มีความรู้สึกนึกคิดมีปฏิกิริยาตอบโต้ ยิ่งปล่อยไว้นาน ขบวนการนี้เติบใหญ่กล้าแข็งมากขึ้น

นายกฯ ยอมรับเช่นกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นภัยรูปแบบใหม่ เป็น “มิติความมั่นคงใหม่” ซึ่งมีความสลับซับซ้อน เรื่องนี้หลายฝ่ายเคยเตือนซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นได้ก้าวพ้นปัญหาทางการเมืองจนกลายเป็นปัญหาความมั่นคงเต็มรูปแบบแล้ว แต่ฝ่ายทหารก็ยังอ้างว่า เป็นปัญหาการเมืองที่ต้องแก้ด้วยการเมือง ประหนึ่งเป็นการปัดความรับผิดชอบด้วยการโยนกันไปโยนกันมาระหว่างฝ่ายทหารกับฝ่ายการเมืองการแก้ไขปัญหาจึงล่าช้าไปจนเกิดความเสียหายใหญ่หลวง

นี่เป็น “บทเรียน” สำหรับรัฐบาลที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นอีก เพราะอีกไม่นานก็คงเกิดเรื่องใหม่ที่อาจรุนแรงมากกว่านี้และเป็นภัยคุกคามไม่เพียงต่อนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ต่อครอบครัวนายกรัฐมนตรีด้วยซึ่งถือว่าเป็น “ซอฟต์ ทาร์เก็ต” ที่โจมตีได้ง่ายกว่า หากรัฐบาลไม่ยอมแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

สัปดาห์ที่ผ่านมา คนกรุงและสมาชิกเฟซบุ๊ก สื่อออนไลน์ค่อนข้างหงุดหงิดกับข้อเสนอของรัฐบาลเรื่องการปรองดองและการนิรโทษกรรม เราเข้าใจว่า ข้อเสนอปรองดองเป็นความพยายามที่จะ “ห้ามเลือด” หรือปฐมพยาบาลให้เลือดหยุดไหลก่อน เพื่อจะได้ทำสิ่งอื่นต่อไป ข้อเสนอปรองดอง ถูกมองว่าเป็นการแก้ปัญหาเชิงการเมืองมากกว่า เพื่อให้ได้การยอมรับจากในประเทศและต่างประเทศ แต่ดูเหมือนรัฐบาลจะหาคะแนนมากเกินไป ทั้งที่ได้คะแนนโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

“การปรองดอง” เป็นวาทกรรมสวยหรูที่ปฏิเสธได้ยาก แต่คำถามตามมา คือ แล้วยังไงต่อ? จะปรองดองกับใคร ปรองดองในประเด็นอะไร เพราะบางประเด็นเป็นเรื่องที่ “สุดจะปรองดอง” จริงๆ พอเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา คุณทักษิณรีบฉวยโอกาสเสนอ “เจรจาสันติภาพ” ทันที รัฐบาลต้องไม่หลวมตัวเป็นอันขาด เพราะข้อเสนอดังกล่าวได้ขุดหลุมล่อไว้ หากรัฐบาลยอมรับ เขาจะมี “ที่ยืน” ทันที เพราะเท่ากับยกสถานะของเขาให้เท่ากับรัฐบาลในฐานะ “คู่เจรจา” การปฏิบัติต่อคู่เจรจาสันติภาพต้องดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน นายอัมสเตอร์ดัม เริ่มก่อกวนโดยไปล็อบบี้ให้คณะกรรมาธิการคณะหนึ่งของวุฒิสภาสหรัฐยกเรื่องสถานการณ์ในประเทศไทยเข้าพิจารณาในที่ประชุม เพื่อหวังผลทางการเมืองระหว่างประเทศ และเพื่อฟอกตัวนายจ้าง

รัฐบาลจะรุกทางการเมืองด้วยการปรองดองตามแผน 4 ข้อก็ว่าไป แต่ “การนิรโทษกรรม” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรองดอง มีเสียงคัดค้านระงมไปหมด ผู้คัดค้านมีเหตุผลมากมายที่พอรับฟังได้ ที่สำคัญคือ นายกรัฐมนตรีต้องไม่ลืมคำพูดของตัวเองเรื่อง “หลักนิติรัฐ” และ “ความเสมอภาคระหว่างบุคคล” รัฐบาลต้องไม่ลืมว่า ผู้ที่จัดหายาง ไม้ไผ่ น้ำมัน ผู้ที่รับจ้างมา คนที่ถูกหลอกมา ที่ยังอยู่จนถึงเวลาที่สลายการชุมนุม ถือว่าเป็น “ตัวการ” เช่นกัน การนิรโทษกรรมถือว่าผู้นั้นไม่เคยทำความผิดเลย อาจเป็นการสร้างแบบอย่างที่ไม่ดีและกระตุ้นให้คนทำผิดอีกไม่เกรงกลัวกฎหมาย และอาจถูกยุยงให้กระทำผิดซ้ำสอง ดังนั้นรัฐบาลน่าจะหาวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ในการปรองดอง

“คณะกรรมการอิสระแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ” ที่หลายคนสงสัยว่า ข้อเท็จจริงเพื่อความปรองดองนั้นคืออะไร จริงอยู่ เราสนับสนุนเต็มที่ในการตั้งคณะกรรมการอิสระแสวงหาข้อเท็จจริง เพราะสังคมอยากรู้ว่า ใครที่สังหารทหารและพลเรือนจนล้มตายและบาดเจ็บจำนวนมากในคืนวันที่ 10 เม.ย. ใครคือไอ้โม่งถืออาวุธที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์ สวนลุมพินี บ่อนไก่ ฯลฯ ใครเป็น “ท่อน้ำเลี้ยง” เงินสนับสนุนมาจากไหน ฯลฯ คณะกรรมการต้องตอบคำถามเหล่านี้ต่อสังคมให้ได้

รัฐบาลต้องไม่มองระยะสั้นมากไปเพียงเพื่อหาเสียง เพราะอย่างไรเสียปัญหาก็ไม่จบง่ายๆ ในเมื่อคู่กรณีจะยอมปรองดองบนเงื่อนไขของเขาเท่านั้น นอกจากนั้นพรรคการเมืองที่สนับสนุนการก่อการร้ายก็ยังอยู่ กลุ่มผู้ถืออาวุธที่สูญเสียอำนาจในการรัฐประหารปี 2549 ยังไม่ยอมหยุด สัญญาณถูกส่งมาให้กลุ่มก่อการร้ายเคลื่อนไหวใต้ดินมากขึ้นรัฐบาลต้องรีบดำเนินการกับขบวนการนี้โดยเร่งด่วน

ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองบางท่านเตือนว่ารัฐบาลอย่าประมาทและตั้งโจทย์ผิด เพราะเดิมพันเรื่องนี้สูงมาก ไม่ใช่แค่การล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์เท่านั้น แต่เป็นเรื่องการล้มสถาบันทีเดียว

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว