
โลกมองไทย
แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะคลี่คลายลงเกือบ 1 เดือนแล้ว แต่บทเรียนจากเหตุจลาจลทั่วกรุงเทพฯ นั้น ยังคงเป็นที่สนใจของสื่อต่างชาติ
ล่าสุด สเตรตไทม์ของสิงคโปร์ เผยแพร่ความคิดเห็นของคิชอร์ มาห์บูบานี คณบดีสถาบันสอนนโยบายสาธารณะลีกวนยิว เกี่ยวกับบทเรียนที่สิงคโปร์ได้รับจากสถานการณ์ความวุ่นวายในไทย
โดย มาห์บูบานี แสดงความเห็นว่า คงไม่ฉลาดนักหากชาวสิงคโปร์จะเพิกเฉยและไม่ซึมซับบทเรียนจากสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในไทย แม้ว่าไทยและสิงคโปร์จะมีความแตกต่างกันในหลายด้าน โดยเฉพาะภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ ขณะที่สิงคโปร์เป็นรัฐใหม่ที่มีการบริหารประเทศแบบตะวันตก
ที่ผ่านมา ไทยเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รักษาเอกราชไว้ได้ในยุคที่มีการล่าอาณานิคม และยังได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพมากที่สุดในภูมิภาค แม้ว่าจะผ่านการรัฐประหารมาหลายครั้ง รวมทั้งเผชิญกับวิกฤตต้มยำกุ้ง
ทว่า ต้นเหตุจลาจลที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วนั้น มาห์บูบานี กล่าวว่าเป็นเพราะปัญหา
“ความเหลื่อมล้ำทางสังคม” ระหว่างคนในเมืองกับเกษตรกรในต่างจังหวัดที่ปะทุขึ้น และกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งขจัดออกไปทั้งนี้ คณบดีชาวสิงคโปร์ยังตั้งข้อสังเกตว่า สิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบการเมืองที่มีเสถียรภาพมากที่สุดเช่นเดียวกับสังคมไทยในอดีต จะรักษาความมีเสถียรภาพนี้ไว้ได้อย่างไรในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตอย่างรวดเร็วจนทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งมาห์บูบานีเห็นว่าต้องอาศัยความพยายามอย่างใหญ่หลวง และภูมิปัญญาทางการเมืองที่เฉียบแหลมเพื่อแก้ปัญหา
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหายนะที่จะเกิดขึ้นนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นในเร็ววัน แต่มาห์บูบานีเห็นว่าชาวสิงคโปร์ควรมองไปข้างหน้า และเตรียมหาประสบการณ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต







