โฆษกทบ. แจงกลุ่มองค์กรสิทธิ์เข้าใจม.46คลาดเคลื่อน
โฆษกกองทัพบก ยัน ม.46 ธรรมนูญศาลทหาร ใช้เฉพาะคดีศาลทหาร ไม่เกี่ยวประกาศ คสช.
โฆษกกองทัพบก ยัน ม.46 ธรรมนูญศาลทหาร ใช้เฉพาะคดีศาลทหาร ไม่เกี่ยวประกาศ คสช.
พ.อ. วินธัย สุวารี โฆษก โฆษกกองทัพบกในฐานะโฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มองค์กรสิทธิมนุษยชน แถลงคัดค้านการแก้ไขมาตรา 46 พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ระบุ ให้อำนาจทหารสั่งขังพลเรือนโดยไม่ต้องมีตุลาการในการตรวจสอบว่า กลุ่มองค์กรสิทธิ์ดังกล่าวยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายซึ่งมีสาระสำคัญคือ กฎหมายนี้จะมีผลบังคับกับเฉพาะทหาร หรือบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารเท่านั้น และเป็นการให้อำนาจกับผู้บังคับบัญชาทหารเฉพาะเหตุจำเป็นหรือมีเหตุสุดวิสัยเท่านั้น เช่นกรณี เรือรบไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศ หรือ เหตุแห่งคดีเกิดขึ้นในพื้นที่บริเวณชายแดนที่หน่วยทหารยังติดพันการรบ ซึ่งการที่ผู้บังคับหน่วยทหารจะไปร้องขอให้ศาลสั่งขังยังไม่สามารถทำได้; ซึ่งหากไม่ดำเนินการใดจะเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมในองค์กรทหาร
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า สำหรับคดีตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 37/2557 พนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก็มีตำรวจเป็นผู้มีอำนาจสอบสวนผู้ต้องหาพลเรือน กรณีถ้ามีเหตุสุดวิสัยจำเป็นไม่สามารถนำผู้ต้องหาไปศาลทหารได้ภายในเวลา 48 ชั่วโมง ก็เป็นเรื่องของทางตำรวจที่จะต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาเอง และเมื่อเหตุจำเป็นสุดวิสัยสิ้นสุดลง ทางตำรวจก็ต้องนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลทหารในการสั่งขังต่อไปซึ่งกรณีนี้จะไม่เกี่ยวหรือเชื่อมโยงกับอำนาจการควบคุมของผู้บังคับ บัญชาทหารแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้บางบุคคลนำเสนอข้อมูล ด้วยทัศนคติแนวคิดแบบดั้งเดิม ในลักษณะที่มีข้อมูลไม่ครบ เพราะบางครั้งอาจส่งผลให้สังคมสับสนเข้าใจผิดได้







