posttoday
ตู่-เก่งโวยรัฐ2มาตรฐานทำคดีเสื้อแดง

ตู่-เก่งโวยรัฐ2มาตรฐานทำคดีเสื้อแดง

17 มิถุนายน 2553

"ตู่-เก่ง"เข้าแจงกมธ.ติดตามสถานการณ์วุฒิสภา โอดรัฐบาลปฏิบัติ 2 มาตรฐานเร่งคดีเสื้อแดง แต่คดีพยายามฆ่าประชาชนไม่คืบ

"ตู่-เก่ง"เข้าแจงกมธ.ติดตามสถานการณ์วุฒิสภา โอดรัฐบาลปฏิบัติ 2 มาตรฐานเร่งคดีเสื้อแดง แต่คดีพยายามฆ่าประชาชนไม่คืบ

ที่ห้องประชุม 307 อาคารัฐสภา 2 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน และ นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย และ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้มาชี้แจงต่อคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ทางการเมืองของวุฒิสภาที่มีนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศีรษะเกษ เป็นประธาน ทั้งนี้นายจตุพร ได้นำเอกสารที่มีเนื้อหาลำดับเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.- 30 พ.ค.มาให้คณะกรรมการด้วย

นายจตุพร ได้ชี้แจงว่า ภายหลังจากที่เหตุการณ์คลี่คลายพวกเราก็ถูกตั้งข้อหาว่าก่อการร้าย ล้มสถาบัน เผาบ้านเผาเมือง ออกหมายจับ และ มีการล้อมปราบอย่างรุนแรง รัฐบาลได้ปฎิบัติกับกลุ่มคนเสื้อแดง 2 มาตรฐานตั้งแต่การดำเนินคดีกับคนเสื้อแดงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ คดีไหนที่รัฐบาลเป็นจำเลยในข้อหาฆ่าประชาชนกลับไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ การชันสูตรพลิกศพของผู้เสียชีวิตกว่า 80 คนและทหาร ก็ไม่ได้ดำเนินการอย่างมีมาตรฐานที่ต้องมีคณะกรรมการร่วมกัน 2 ฝ่าย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแต่อย่างใด ซึ่งพวกเราก็คงต้องพึ่งศาลอาญาระหว่างประเทศ ศาลโลกต่อไป

ตู่-เก่งโวยรัฐ2มาตรฐานทำคดีเสื้อแดง นายจตุพรและนายการุณเข้าชี้แจงต่อคณะกมธ.

ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจำนวนมากไม่มีอาวุธติดตัว แต่ถูกตั้งข้อก่อการร้าย คนในศอฉ.มาบอกกับตนว่าคนตาย 80 ศพพบปืนแค่ 2 กระบอกเท่านั้น และถ้ามีอาวุธมากมายจริงอย่างที่พบเจอภายในวัดปทุมวนารามจำนวนมากทหารคงไม่ได้ตายแค่นั้น นอกจากนี้จาการเคลียร์พื้นที่ในวัดปทุมวนาราม ยังได้พบความจริงที่เจ็บปวด ซึ่งสังคมยังไม่ได้รับรู้คือ นอกจากจะถูกทำร้ายถูกฆ่า มีผู้หญิงบางคนถูกข่มขืนด้วย 

นายจตุพร ยังกล่าวเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาลตั้งแต่ก่อนมีการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 12 มี.ค.ประมาณ 5 พันล้านบาท รัฐบาลจะเอาส่วนไหนมาชดเชยให้ และยังพบว่าขณะนี้มีการจ่ายโบนัสให้กับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมด้วย

“เชื่อว่าตอนนี้กระบวนการไล่ล่าคนเสื้อแดงอยู่จริงอย่างกรณีนายศักดิ์นรินทร์ กองแก้ว หรืออ้วน-บัวใหญ่ แกนนำนปช.โคราช ที่เสียชีวิต ก็เป็นการกระทำเพื่อปรามแกนนำคนเสื้อแดงในจังหวัดต่างๆ แต่รัฐบาลมากล่าวหาว่ามีสาเหตุจากการอมเงินการจ้างมวลชนมา ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงตามที่รัฐบาลกล่าวหา มีที่ไหนที่จ้างมาตาย มีแต่จ้างให้มาฆ่าประชาชน เรื่องนี้ส.ส.ในพื้นที่รู้ดีว่าคนที่ยิงเป็นคนในเครื่องแบบเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ”นายจตุพร กล่าว

วันนี้จะมาปรองดองกันได้อย่างไร ถ้าตราบใดที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคนที่รับผิดชอบพูดจริงก็ปรองดองได้ แต่วันนี้มันไม่มีการปรองดองมีแต่การปองร้าย คดีของรัฐบาลจ้างวานฆ่าต้องเดินหน้าต่อไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่วันนี้ใครเห็นต่างกับรัฐบาลก็ป้ายสีว่าเป็นคนล้มสถาบัน ส่วนเรื่องนิรโทษกรรมพวกตนก็ถูกด่าฟรีว่าต้องการเรียกร้อง ความจริงเป็นเรื่องกุ้งฝอยตกปลากระพง หน้าฉากเอาประชาชนมาเป็นข้ออ้างแต่ความจริงรัฐบาลต้องการนิรโทษกรรมให้กับคนที่ฆ่าประชาชน

“ผมเป็นคนไทยเคารพระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สังคมทุกวันนี้ใครเห็นต่างก็จะถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภัคดี ผมไม่เคยมีความคิดนี้ ลูกสาวผมขณะนี้อายุ 9 ขวบ ยังตั้งชื่อ ด.ญ.พอเพียง พรหมพันธ์เลย” นายจตุพร กล่าว

นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา รองประธานคณะกรรมการฯ กล่าวว่า การสลายการชุมนุมในความเห็นตนไม่น่าเป็นไปตามหลักสากล ซึ่งในวันที่ 19 พ.ค.มีการนำรถถัง หน่วยจู่โจมเข้าสลาย รวมทั้งกล่าวหากลุ่มผู้ชุมเป็นผู้ก่อการร้าย ขอเรียนว่าข้อกล่าวหาก่อการร้ายและล้มสถาบันในทางกฎหมายถือเป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคลไม่น่าเหมารวมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุม

ด้านนางกีรณา สุมาวงศ์ ส.ว.สรรหาสายผู้พิพากษาในฐานะกรรมการฯ กล่าวว่า  ข้อหาที่รัฐบาลกล่าวหาผู้ชุมนุมทั้งเรื่องก่อการร้าย หรือมุ่งล้มสถาบันเป็นข้อหาฉกรรจ์มากมีโทษถึงประหารชีวิต แต่ตนมองว่าเป็นการเหวี่ยงแห ไม่ทราบว่าเป็นนโยบายหรือมาตรการที่จะทำให้กลุ่มมวลชนเสื้อแดงเกิดความหวาดกลัวหรือไม่ เรื่องนี้เป็นความผิดเฉพาะตัวไม่ใช่ตั้งข้อหาเหมาเข่งแบบนี้ การจะดำเนินคดีดังกล่าวได้ต้องมีความชัดเจนและประจักษ์พยาน แต่มองดูแล้วคิดว่ายาก ซึ่งตนไม่เข้าใจว่ารัฐบาลจะออกมาพูดให้เสียเครดิตตัวเองทำไม ถึงจะตั้งข้อหา 100 คนก็คงเอาผิดไม่ได้สักคน ขอยืนยันว่าความยุติธรรมในโลกนี้ยังมีอยู่ เชื่อว่าที่สุดแล้วอัยการคงไม่สั่งฟ้อง

ขณะที่นายโคทม อารียา รองประธานคณะกรรมการฯ ได้สอบถามนายจตุพรว่าเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของรัฐบาลหรือไม่ รวมทั้งกรณีที่นายวีระ มุกสิกพงศ์ ได้หายตัวไประหว่างการชุมนุม และกรณีการปิดสถานีโทรทัศน์พีทีวีว่าสามารถพูดคุบกัยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักฯได้หรือไม่ นอกจากนี้ นายโคทมได้ขอร้องให้นายจตุพรเข้าสู่กระบวนการเจรจาตาที่พรรคเพื่อเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่าต้องการเจรจาร่วมกันทั้ง 4 ฝ่าย ประกอบด้วยรัฐบาล พรรคเพื่อไทย พันธมิตรฯ และนปช. พร้อมกันนี้ขอเรียกร้องให้กลุ่มนายจคุพรให้อภัยซึ่งกันและกันเพื่อเป็นการปูทางไปสู่การตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์

นายจตุพร กล่าวว่า ถามตนว่าจะเจรจากันได้หรือไม่นั้น คิดว่าวันนี้ต้องหยุดการไล่ล่า หยุดยิง หยุดความตายเสียก่อน  พวกตนพร้อมให้อภัย แต่รัฐบาลก็ต้องพร้อมทำความจริงให้ปรากฏเป็นประวัติศาสตร์ แต่ทุกวันนี้รัฐบาลกลับเป็นฝ่ายอาฆาต ฝ่ายตนถูกกดขี่ทุกวัน ทั้งๆที่ไปไหนมาไหนก็ลำบาก เพราะการปรองดองของรัฐบาลมีความหมายคือการกระชับพื้นที่ ก็ไม่รู้จะระเบิดวันไหน ป่าก็ไม่มีให้เข้าเหมือนเมื่อก่อน ส่วนเรื่องปฏิรูปสื่อนั้นตนเชื่อว่านายองอาจมีความมนุษย์กว่ารัฐมนตรีคนที่ผ่านมา แต่ไม่รู้ว่านายองอาจจะใช้ความเป็นมนุษย์ได้มากน้อยแค่ไหน

นายจิตติพจน์ กล่าวว่า  การเจรจาหรือกระบวนการปรองดองจะต้องดำเนินการในสถานที่เป็นปกติ ประเทศจะต้องไม่อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่เช่นนี้ประชาชนส่วนหนึ่งจะไม่ยอมรับ ถ้าเป็นไปได้เราขอเรียกร้องให้กระบวนการปรองดองจะต้องทำในสถานการณ์ไม่ใช่ในภาวะกฎหมายพิเศษอย่างนี้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ