
เทียนฉายลั่นห้ามยุบปปช.
"เทียนฉาย"ลั่นห้ามยุบปปช.แต่ต้องมีการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
"เทียนฉาย"ลั่นห้ามยุบปปช.แต่ต้องมีการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ได้มาร่วมประชุมหารือกับนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช. และ กรรมการป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ร่วมกับ เลขาธิการป.ป.ช. และผู้บริหารของสำนักงานป.ป.ช. เพื่อหารือเพื่อวางกรอบแนวทางการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ ป.ป.ช.ว่าจะเสนอแนะเรื่องการปฎิรูปอย่างไร โดยใช้เวลาและร่วมรับประทานอาหารกลางวัน นานกว่า 4 ชั่วโมง
จากนั้นเวลา 13.30 น. นายเทียนฉาย เปิดเผยว่า การหารือวันนี้เป็นการหารือถึงเรื่องการทำงานของป.ป.ช.โดยเฉพาะในยุคที่มีการปฎิรูปเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะที่จะมีการปฎิรูปองค์กรอิสระดังนั้นป.ป.ช.จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงทั้งองค์กร โครงสร้าง อำนาจหน้าที่ ดังนั้นในช่วงนี้จึงต้องเตรียมตัว ให้เข้ากับร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฉบับใหม่ด้วย ส่วนจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรนั้น ทางป.ป.ช.จะต้องเป็นคนคิดกรอบทั้งหมดโดยเฉพาะในแง่กรอบของการทำงาน ป.ป.ช.จะต้องเป็นคนลงรายละเอียดในข้อมูลต่อไป
เมื่อถามว่าถึงขั้นจะต้องยุบป.ป.ช.เหมือนกับทีมีการวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่ นายเทียนฉาย กล่าวว่า ยุบไม่ได้ ถ้ายุบแล้วใครจะดูแลการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น เพียงแต่ต้องปรับอำนาจหน้าที่นิดหน่อย เนื่องจากการทำงานต้องประสานงานกับหลายหน่วยงาน ทั้งหน่วยงานที่จะต้องถูกปรับองค์กรไปและหน่วยงานที่จะเกิดขึ้นใหม่ ได้มีการพูดคุยกันว่าอย่างน้อยที่สุดต้องรู้ว่าช่วงเวลานั้นกระชับมาก ตนได้แจ้งกับป.ป.ช.ว่าคงไม่เกินเดือนเมษายนนี้ ดังนั้นอย่างน้อยหลักการจะต้องเสร็จก่อนเดือนเมษายนเพราะมีเวลาไม่มาก
ด้านนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวว่า นายเทียนฉายในฐานะที่เป็นคณะกรรมการตรวจสอบติดตามประเมินผลของป.ป.ช. ได้มาหารือนอกรอบกับกรรมการป.ป.ช.และผู้บริหารสำนักงานป.ป.ช.ในฐานะที่ป.ป.ช.เป็นหน่วยงานองค์กรอิสระ โดยได้หารือว่าป.ป.ช.จะมีแนวคิดหรือแนวทางเสนอปฎิรูปในเรื่องการทำงานของป.ป.ช.อย่างไร ทั้งในแง่กฎหมายกระบวนการทำงานและประสิทธิภาพในการทำงาน เป็นการหารือนอกรอบโดยพูดคุยกันเพียงในกรอบเท่านั้นไม่ได้ลงรายละเอียด เนื่องจากรายละเอียดหลักๆ จะต้องให้ป.ป.ช.ไปดูอีกครั้งหนึ่งว่าแนวทางที่จะเสนอเพื่อการปฎิรูปองค์กรต้องมีอะไรบ้าง
นายสรรเสริญ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามการปฎิรูปองค์กรมีสองส่วนคือ การเสนอแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ ในส่วนของการอนุวัติตามภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต UNCAC เพื่อเสนอกฎหมายให้สากลได้รู้ว่าประเทศไทยมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นและการอนุวัติให้เป็นไปตามสนธิสัญญาของสหประชาติ







