posttoday
โรงงานผลิตโลกสะดุด

โรงงานผลิตโลกสะดุด

03 กุมภาพันธ์ 2558

เป็นข่าวใหญ่ทั่วโลกเมื่อจีน ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นโรงงานผลิตสินค้าของโลกนั้น กลับต้องเจอกับการผลิตที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยตัวเลขดัชนีการผลิตของทางการจีนในเดือน ม.ค.นั้น หดตัวลงมาอยู่ที่ 49.8 จุด จากเดิมที่ 50.1 จุด ในเดือน ธ.ค. ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ที่ภาคการผลิตจีนต่ำกว่าระดับ 50 จุด ซึ่งถือว่าเข้าสู่แดน “ถดถอย” ครับ

เป็นข่าวใหญ่ทั่วโลกเมื่อจีน ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นโรงงานผลิตสินค้าของโลกนั้น กลับต้องเจอกับการผลิตที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยตัวเลขดัชนีการผลิตของทางการจีนในเดือน ม.ค.นั้น หดตัวลงมาอยู่ที่ 49.8 จุด จากเดิมที่ 50.1 จุด ในเดือน ธ.ค. ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ที่ภาคการผลิตจีนต่ำกว่าระดับ 50 จุด ซึ่งถือว่าเข้าสู่แดน “ถดถอย” ครับ

หากถามว่า การผลิตของจีนที่หดตัวลงต่อเนื่องเช่นนี้เป็นไปตามความต้องการหรือไม่ เพราะตามที่รู้ๆ กันนั้น จีนกำลังอยู่ในช่วงระหว่างการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศที่มุ่งเน้นการพึ่งพาความต้องการแรงซื้อจากภายในประเทศมากขึ้น และลดการพึ่งพาการส่งออกลง

แต่กระนั้น การชะลอตัวอันยาวนานของจีน โดยเฉพาะในภาคการผลิตนั้นถือว่า “ยาวนานเกินไป” จนเริ่มเกิดคำถามมากขึ้นว่า จีนตั้งใจให้เป็นเช่นนี้หรือไม่ครับ ซึ่งที่ผ่านมาบรรดาผู้นำจีนก็ตอกย้ำให้ทุกฝ่ายยอมรับกับ “ภาวะปกติแบบใหม่” หรือ “นิวนอร์มอล” คือความเชื่องช้าของเศรษฐกิจจีนนั่นเอง

หากพิจารณากันให้ถี่ถ้วนมากขึ้น จะเห็นว่าการหดตัวของภาคการผลิตของจีนนั้นเป็นผลกระทบโดยตรงจากการค้าโลกที่กำลังอยู่ในช่วงซบเซาอย่างรุนแรง บรรยากาศการค้าโลกกำลังเงียบเหงามากที่สุดในรอบหลายปีทีเดียว โดยที่มีปัจจัยลบคอยฉุดรั้งอย่างหนัก จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงยิ่งทำให้ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับคำว่า “เงินฝืด” มากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าจีนจะมีสถานะของการเป็นโรงงานผลิตสินค้าของโลกอยู่ แต่ก็ต้องยอมรับกันว่า ชาติตะวันตกเริ่มหาทางที่จะย้ายฐานการผลิตออกจากจีนเพื่อกลับไปตั้งในแผ่นดินตัวเองเพื่อกระตุ้นการสร้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศตัวเองเช่นกัน ซึ่งการรณรงค์เช่นนี้เริ่มเห็นได้บ้างแล้วทั้งในสหรัฐ และยุโรป

ดังนั้น ในขณะนี้จึงอาจจะกล่าวได้ว่า กระบวนการเปลี่ยนถ่ายสู่การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจีนในขณะนี้ อาจจะไม่ได้เป็นไปตามแผนที่บรรดาผู้ปกครองจีนได้คาดหมายเอาไว้เท่าไหร่นัก ในเมื่อจีนต้องเจอกับปัจจัยความเสี่ยงใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นสภาพบรรยากาศของการค้าโลกที่ซบเซา ปัจจัยจากการที่ต่างชาติเริ่มที่จะคิด และพิจารณาการขนย้ายฐานการผลิตออกจากจีนไม่ว่าจะเป็นชาติตะวันตก หรือญี่ปุ่นที่มีความสัมพันธ์กับจีนที่ไม่ดีนักในระยะที่ผ่านมา ขณะที่ปัญหาราคาน้ำมันที่ตกต่ำที่ฉุดให้ดัชนีเงินเฟ้อจีนเริ่มตกต่ำก็ยังเป็นปัจจัยซ้ำเติมอยู่ รวมไปถึงปัญหาหนี้ภายในของจีนทีี่กำลังทำเอาปักกิ่งกุมขมับมานานครับ

ปัจจจัยเหล่านี้อาจจะทำให้การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนนั้นเกิดขึ้นในแบบที่มี “ความรุนแรง” มากเกินไป และอาจจะเป็นชนวนให้เกิดการชะลอเศรษฐกิจตัวแบบ “ฮาร์ดแลนดิ้ง” ได้เช่นกันครับ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน