posttoday
เสรีภาพในมุมมองใหม่

เสรีภาพในมุมมองใหม่

03 กุมภาพันธ์ 2558

การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้สรุปจำนวนมาตราที่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะ กมธ.ยกร่างฯ มีทั้งสิ้น 120 มาตรา

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่คณะ กมธ.ยกร่างฯ ทยอยให้ความเห็นชอบไปแล้วนั้น มีความแตกต่างจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 พอสมควร ทั้งในเรื่องการเพิ่มสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไปจนถึงการตรวจสอบฝ่ายบริหารและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

1.สิทธิเสรีภาพ คณะ กมธ.ยกร่างฯ ยังให้คงบทบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนเอาไว้ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 แทบทุกประการ แต่ได้เพิ่มเติมถ้อยคำเพื่อเป็นหลักประกันให้กับประชาชนมากขึ้น แต่การใช้เสรีภาพดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตและความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชน

เดิมทีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 บัญญัติให้ประชาชนและสื่อมวลชนมีเสรีภาพในด้านนี้อย่างเต็มที่ภายใต้ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี แต่คณะ กมธ.ยกร่างฯ เห็นว่าที่ผ่านมาการใช้เสรีภาพบนหลักการที่ว่านั้นก่อให้เกิดปัญหาเป็นอย่างมาก จึงแก้ไขใหม่และตีกรอบใหม่ โดยให้การจำกัดเสรีภาพสามารถกระทำได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเกลียดชังกันระหว่างคนในชาติหรือศาสนา หรือการใช้ความรุนแรงระหว่างกัน

2.แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เป็นบทบัญญัติที่ว่าด้วยการกำหนดให้รัฐต้องให้อะไรกับประชาชน ซึ่งในเรื่องสำคัญอย่าง “การศึกษา” คณะ กมธ.ยกร่างฯ ได้เขียนถ้อยคำให้รัฐมีผลผูกพันต่อการจัดสรรการศึกษาให้ประชาชนให้ชัดเจนมากขึ้น โดยระบุสาระสำคัญเอาไว้ดังนี้

“รัฐต้องจัด ส่งเสริม และทำนุบำรุงการศึกษาอบรมทุกระดับและทุกรูปแบบ สนับสนุนให้มีการจัดการศึกษาอบรมโดยมีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง...เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ และพัฒนาการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและของโลก โดยต้องมีนโยบายการศึกษาที่มีความต่อเนื่อง การจัดสรรค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่เพียงพอ”

จากเดิมที่รัฐธรรมนูญในอดีตบัญญัติเป็นกรอบกว้างๆว่า “รัฐต้องพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม...”

3.กระบวนการยุติธรรมและศาล ส่วนนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนในเชิงโครงสร้าง เพราะคณะ กมธ.ยกร่างฯ ยังคงให้ประเทศไทยมี 4 ศาลเหมือนเดิม ได้แก่ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลทหาร แต่ได้กำหนดกระบวนการทำงานของศาลไว้ในร่างรัฐธรรมนูญว่าจะต้องมีระยะเวลาการดำเนินการของศาลให้มีความชัดเจนเพื่อเป็นหลักประกัน

เหนืออื่นใดร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาของศาลได้ แต่ต้องเป็นไปโดยสุจริตตามหลักวิชาการ

4.การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ องค์กรตรวจสอบอย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังมีสถานะตามเดิม แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บัญญัติให้ ป.ป.ช.ต้องถูกสังคมตรวจสอบด้วย ผ่านการต้องยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณะเหมือนกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งนายกรัฐมนตรี สส. และ สว.

5.ความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการ นักการเมืองและประชาชน ในประเด็นนี้ได้เกิดการเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อคณะ กมธ.ยกร่างฯ บัญญัติให้การสั่งการในการบริหารราชการแผ่นดินต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่เป็นในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน และการแต่งตั้งข้าราชการจะต้องยึดหลักคุณธรรมผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการจำนวน 7 คน ที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานราชการ

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน