
กนอ.ลงพื้นที่ตรวจผลกระทบเพลิงไม้โรงงานผลิตยางรถยนต์
กนอ.พร้อมตัวแทนนิคมฯเหมราช-โรงงานลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบชุมชนหลังโรงงานผลิตยางรถยนต์เพลิงไหม้
กนอ.พร้อมตัวแทนนิคมฯเหมราช-โรงงานลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบชุมชนหลังโรงงานผลิตยางรถยนต์เพลิงไหม้
เมื่อวันที่ 1 ก.พ. นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ บริษัท แอลแอลไอที ประเทศไทย จำกัด (หลิงหลง) ซึ่งประกอบกิจการผลิตยางรถยนต์ ในพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด อำเภอศรีราชา จังหวัด ชลบุรี พบว่า คลังเก็บผลิตภัณฑ์(ยางรถยนต์) และอาคารเก็บผลิตภัณฑ์ข้างเคียง ได้รับความเสียหาย รวมทั้งหมด 6 อาคาร มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,500 ล้านบาท จากเหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต แต่อย่างใด ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาสาเหตุ
ทั้งนี้ กนอ.ได้ใช้อำนาจตาม พรบ.โรงงาน มาตรา 39 ให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานชั่วคราวแล้ว เป็นระยะเวลา 30 วัน และให้โรงงานปรับปรุงแก้ไขอาคารให้แล้วเสร็จ และ จะพิจารณาอนุมัติให้ทยอยเปิดดำเนินการแต่ละอาคารต่อไป สำหรับน้ำจากการดับเพลิง กนอ.ได้สั่งการให้ปิดกั้นรางระบายน้ำบริเวณโดยรอบบริษัทฯ ที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้ไหลออกสู่ภายนอกได้ เพื่อนำไปบำบัดตามกระบวนการมาตรฐานอย่างถูกวิธีต่อไป
สำหรับการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศในพื้นที่ จากเหตุเพลิงไหม้ยางรถยนต์ โดยใช้เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบพกพา (FTIR) จากกรมควบคุมมลพิษ, สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศต่อเนื่องแบบอัติโนมัติ ของ บริษัทเหมราช ฯ และ กนอ.ได้นำรถ Mobile Unit ตรวจวัดคุณภาพอากาศ จากนิคมฯ มาบตาพุด จังหวัดระยอง มาติดตั้งบริเวณพื้นที่จุดเกิดเหตุเพื่อตรวจหาค่า ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซต์ (CO2) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซต์ (SO2) ก๊าซออกไซต์ของไนโตรเจน (Nox) และ 1,3-บิวทาไดอีน ซึ่งค่าที่ตรวจวัดได้สอดคล้องใกล้เคียงกัน ค่าทั้งหมดยังไม่เกินมาตรฐานเฝ้าระวัง และ จะทำการตรวจสอบ เฝ้าระวัง คุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนที่อยู่โดยรอบพื้นที่ดังกล่าว
นอกจากนั้น กนอ. พร้อมด้วย บริษัทเหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด บริษัท แอลแอลไอที ฯ และ หน่วยงานท้องถิ่น ลงพื้นที่ชุมชน โดยรอบนิคมฯดังกล่าว เพื่อรับทราบผลกระทบข้างเคียงที่ชุมชนได้รับ และทำความเข้าใจให้กับชุมชน พร้อมให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ในด้านต่างๆ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดการตื่นตระหนกของชุมชนที่อยู่รอบพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ลดลง







