
กมธ.ชี้ซื้อไทยคมคืนไม่คุ้ม
โฆษก กมธ.สื่อสารฯรัฐสภา ระบุรัฐซื้อดาวเทียมไทยคมคืน ไม่คุ้มค่าการลงทุนเพราะเหลืออายุสัญญาแค่ 11 ปีไม่มีผลต่อความมั่นคง จวกซื้อดาวเทียมทีออส6.4พันล้านแต่ใช้ไม่คุ้ม
โฆษก กมธ.สื่อสารฯรัฐสภา ระบุรัฐซื้อดาวเทียมไทยคมคืน ไม่คุ้มค่าการลงทุนเพราะเหลืออายุสัญญาแค่ 11 ปีไม่มีผลต่อความมั่นคง จวกซื้อดาวเทียมทีออส6.4พันล้านแต่ใช้ไม่คุ้ม
นายคมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ โฆษกคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร และ ประธานอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาโครงการดาวเทียม กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดซื้อคืนดาวเทียมไทยคมจากกองทุนเทมาเซกของประเทศสิงคโปร์ว่า คณะกรรมาธิการการสื่อสารฯได้ศึกษารายละเอียดและมีข้อสรุปมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ในการซื้อดาวเทียมไทยคมกลับคืนมา ถ้ารัฐนำกลับมาบริหารเอง ถือว่าเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่ากับจุดคุ้มทุน เพราะที่ผ่านมาหลายกิจการรัฐบาลยังบริหารล้มเหลว
นอกจากนี้เชื่อว่าจะไม่เกิดประโยชน์ในด้านความมั่นคง เนื่องจากตั้งแต่มีดาวเทียมในปี 2534 ก็ได้มีการปฎิวัตินุดอำนาจ จนมาถึงปี2549ก็ยังมีการปฎิวัติอีก ซึ่งดาวเทียมไม่มีผลอะไรกับเรื่องความมั่นคงได้ แถมมีสภาพที่เก่าแล้ว ที่สำคัญอายุสัญญาของดาวเทียมไทยคมเหลือ 11 ปีเท่านั้น ซึ่งก่อนจะหมดอายุสัญญา 3-5 ปี ก็จะต้องมีการยิงดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นไปแทน หากซื้อมาจะคุ้มทุนในการซื้อหรือไม่
นายคมเดชกล่าวอีกว่า ไทยยังมีดาวเทียมอีกดวงหนึ่งชื่อ ทีออส ซึ่งซื้อมามูลค่า 6,400ล้านบาท เป็นดาวเทียมที่มีศักยภาพสำรวจทรัพยากรธรรมชาติอย่างละเอียด และได้ยิงเข้าสู่วงโคจรเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2551 แต่ยังไม่ได้ใช้เพื่อประเทศอย่างคุ้มค่า โดยอาจมาจากบริหารไม่เป็นระบบ ไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทั้งในด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์
“ถ้าซื้อดาวเทียมไทยคมมาแล้ว รัฐเอามาบริหารเอง ก็เกรงว่าจะมาสภาพไม่ต่างกับการบริหารสถานีโทรทัศน์ ช่อง11หรือ NBT ซึ่งยังมีข้อจำกัดอีก ถ้ารัฐคิดจะซื้อไทยคมมา ก็ยังถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 49 คงจะไม่เกิดประโยชน์อะไรในการควบคุม ในรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้กำหนดห้ามไว้ไม่ให้รัฐไปลงทุนแข่งขันกับเอกชน ดังนั้นถ้ารัฐจะไปลงทุนแข่งกับเอกชน ก็เป็นไปไม่ได้ อีกทั้งรัฐธรรมนูญยังเปิดเสรีการสื่อสารแล้ว ในอนาคตไม่จำเป็นต้องซื้อ จึงไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงว่ารัฐบาลต้องการซื้อดาวเทียมไทยคมคืนกลับมา ไม่รู้ว่าเพื่อสร้างกระแส หรือเพื่ออะไรกันแน่ เพราะยังไง ก็ไม่คุ้มกับจุดคุ้มทุน”นายคมเดช กล่าว







