
ขึ้นดอกเบี้ย
ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อไหร่นั้นยังคงเป็นที่จับตามองกันอยู่ในขณะนี้ ซึ่ง ณ เวลานี้ท่านผู้อ่านก็น่าจะได้รับทราบข่าวผลการประชุมของคณะผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเสร็จสิ้นการประชุมเมื่อคืนไปแล้ว ว่ามีการส่งสัญญาณเพิ่มเติมใดๆ หรือไม่
ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อไหร่นั้นยังคงเป็นที่จับตามองกันอยู่ในขณะนี้ ซึ่ง ณ เวลานี้ท่านผู้อ่านก็น่าจะได้รับทราบข่าวผลการประชุมของคณะผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเสร็จสิ้นการประชุมเมื่อคืนไปแล้ว ว่ามีการส่งสัญญาณเพิ่มเติมใดๆ หรือไม่
แน่นอนว่า ในขณะนี้แนวโน้มของเฟดก็คือการเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเฟดมีความมั่นใจขึ้นต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐ แม้ว่าบริบททางเศรษฐกิจโลกในขณะนี้จะเปลี่ยนไปมาก และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดนั้นก็อาจจะเป็นผลร้ายต่อเศรษฐกิจสหรัฐก็เป็นได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวแข็งค่าขึ้นของค่าเงินเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินทั่วโลกในขณะนี้ถือว่าแข็งมากที่สุดก็ว่าได้ เนื่องจากหลายๆ เขตเศรษฐกิจของโลกนั้นได้มีการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน ซึ่งทำให้แต่ละสกุลเงินอ่อนค่าลง ไม่ว่าจะเป็นเงินหยวนของจีน เยนญี่ปุ่น และยูโรของกลุ่มยูโรโซน
ผลจากการแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐได้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของเอกชนสหรัฐมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว หลายบริษัทมีผลกำไรลดลงอันเนื่องมาจากค่าเงินที่แข็งค่า สหรัฐในขณะนี้กำลังตกอยู่ในที่นั่งเดิียวกับญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อนที่ค่าเงินเยนแข็งตัวจนส่งผลกระทบต่อรายได้ของเอกชนญี่ปุ่นอย่างรุนแรง
ยิ่งไปกว่านี้ หากธนาคารกลางสหรัฐประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริง ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะประกาศในราวๆ กลางปีนี้ ก็จะยิ่งเป็นการดูดทุนกลับเข้าสู่ตลาดสหรัฐอย่างรุนแรง และแน่นอนว่าจะยิ่งทำให้เงินสหรัฐแข็งค่ามากขึ้นไปอีก
ปัจจัยนี้ถือว่ามีความอ่อนไหวมาก สำหรับการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ ดังที่ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดจำนวนมากได้ออกมาแสดงความวิตกกังวลว่า ปัจจัยจากการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ ตลอดจนการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันนั้นกำลังกลายเป็นปัจจัยใหม่ที่เฟดจำเป็นต้องนำมาพิจารณา และประเมินสถานการณ์ก่อนที่จะเดินหน้าตัดสินใจใดๆ ต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครับ
เรียกได้ว่าสถานการณ์โลกขณะนี้อยู่ในช่วงกลับตาลปัตรไปหมด ตั้งแต่ระหว่างปี 2009-2014 สหรัฐใช้นโยบายคิวอีจนทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนตัวลง ขณะที่ประเทศอื่นกลับต้องเจอกับปัญหาค่าเงินแข็งค่ามากเกินไป
แต่ในวันนี้สหรัฐกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาค่าเงินแข็งค่าขึ้น เนื่องจากหลายประเทศเริ่มใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน
เศรษฐกิจโลกกลับมาอยู่ในภาวะวังวนเดิมๆ เพียงแต่ผู้เล่นสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันใหม่ ดังนั้นก็ต้องบอกว่าสถานการณ์โลกยังไม่กลับสู่ภาวะปกติครับ







