
การค้าบริการ กับกฎหมายรองรับของไทย
การค้าบริการนั้นมีกิจกรรมมากมายที่คนไทยทั่วไปก็คงนึกไม่ถึง ส่วนใหญ่ก็จะรู้จักกันในเรื่อง เช่น บริการทางการเงิน ซึ่งรวมถึงการประกันด้วย (Financial Services) บริการสุขภาพ (Health Care) บริการท่องเที่ยว (Tourism Service) และบริการวิชาชีพ (Professional Service) เป็นต้น แต่ที่จริงแล้ว การค้าบริการยังมีกิจกรรมอีกมาก ถ้าดูจากเอกสารขององค์การการค้าโลก หรือ WTO (World Trade rganization) ที่กำหนดแบ่งการค้าบริการเป็นหมวดหมู่โดยไม่ลงรายละเอียดก็มีถึง 7 หน้าแล้ว ซึ่งผู้เขียนจะยกตัวอย่างมาเพียงบางหมวดหมู่ที่คนไทยเราไม่คุ้นเคย เช่น
การค้าบริการนั้นมีกิจกรรมมากมายที่คนไทยทั่วไปก็คงนึกไม่ถึง ส่วนใหญ่ก็จะรู้จักกันในเรื่อง เช่น บริการทางการเงิน ซึ่งรวมถึงการประกันด้วย (Financial Services) บริการสุขภาพ (Health Care) บริการท่องเที่ยว (Tourism Service) และบริการวิชาชีพ (Professional Service) เป็นต้น แต่ที่จริงแล้ว การค้าบริการยังมีกิจกรรมอีกมาก ถ้าดูจากเอกสารขององค์การการค้าโลก หรือ WTO (World Trade rganization) ที่กำหนดแบ่งการค้าบริการเป็นหมวดหมู่โดยไม่ลงรายละเอียดก็มีถึง 7 หน้าแล้ว ซึ่งผู้เขียนจะยกตัวอย่างมาเพียงบางหมวดหมู่ที่คนไทยเราไม่คุ้นเคย เช่น
Computer and Related Services
- Consultancy services related to the installation of computer hardware
- Software implementation services
- Data processing services
- Data base services
Research and Development Services
- R&D services on natural sciences
- R&D services on social sciences and humanities
- Interdisciplinary R&D services
Real Estate Services
- Involving own or leased property
- On a fee or contract basis
Distribution Services
- Commission agents’ services
- Wholesale trade services
- Retailing services
ซึ่งเห็นได้ว่าบริการเหล่านี้ มีหลายกิจกรรมที่คนไทยทั่วไปไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ และก็ไม่แน่ใจว่ากฎหมายของไทยเราเองจะพัฒนาครอบคลุมไปทั่วถึงหรือไม่ ตัวอย่างเช่น เมื่อเราพูดถึงวิธีการค้าบริการ หรือ Mode of Supply เขาแบ่ง Mode of Supply ดังกล่าวออกเป็น 4 หมวด คือ
Mode 1: Cross-border supply
Mode 2: Consumption abroad
Mode 3: Commercial presence
Mode 4: Presence of natural person
และเมื่อหันไปดูกิจกรรมการค้าบริการจะขอยกตัวอย่างมาสัก 1 กิจกรรม ที่เป็นความถนัดของคนไทย คือ การเขียน Softwear ซึ่งสามารถขายข้ามพรมแดนได้ ซึ่งก็อย่างที่ทราบกันว่าอินเดียหรือฟิลิปปินส์เขียน Softwear ส่งไปขายสหรัฐ หรือการถ่ายทอดสดฟุตบอลนัดต่างๆ มาให้เราได้ดูกัน เช่นเดียวกับการถ่ายทอดสดการประกวด Miss Universe ที่คนไทยถูกหลอกให้ตั้งตาดูกันทั้งประเทศ เพราะมีข่าวกระจายทาง Social Media ว่าคราวนี้จะเป็นตาของคนไทยบ้าง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทางเทคนิคอื่นๆ ที่สามารถซื้อขายข้ามพรมแดนได้ เช่น การติดตั้งเครื่องมือที่เกี่ยวกับ IT การลง Softwear ตลอดจนการปรับปรุงแก้ไขจนทั้งระบบใช้งานได้ ซึ่งการปรับปรุงแก้ไขระบบนี้แหละที่ให้บริการข้ามพรมแดนได้ และอันที่จริงการค้าดังกล่าวประกอบกันเป็นสองส่วนตามความเห็นของผู้เขียน คือ การค้าสินค้าได้แก่ตัว Hardware ซึ่งไม่ใช่เฉพาะตัวคอมพิวเตอร์ แต่มีทั้งฮาร์ดดิสก์ และอื่นๆ ด้วย กับส่วนที่เป็น Softwear แล้วยังรวมไปถึงการให้บริการลง Software และให้บริการปรับปรุงเครื่อง และ ระบบทั้งหมด จนสามารถใช้งานได้ตาม TOR (Terms of Reference) ที่กำหนดไว้
ตรงสุดท้ายนี้แหละที่เกิดปัญหาขึ้นมากมาย บางครั้งผู้ว่าจ้างเป็นคนละกลุ่มคนกับผู้ใช้ Software ผู้ที่ร่วมกำหนด TOR กับผู้ว่าจ้างก็เป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งอีก พอรับไปเขียน Software ออกมาผู้ใช้ที่มาใช้จริงก็ไม่พอใจเพราะมีความต้องการมากกว่า ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขSoftware ซึ่งผู้ว่าจ้างบางรายก็อาจรับงานได้ ในที่สุด แต่ผู้ว่าจ้างบางรายก็อาจไม่รับงานทั้งหมด รวมถึงไม่จ่ายเงินด้วย จนเป็นคดีฟ้องร้องกันไป
ปัญหาที่อีนุงตุงนังนี้จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น คือเมื่อเรากำลังจะเป็น AEC (ASEN Economic Community) เพราะกิจกรรมการค้าบริการเหล่านี้กำลังเริ่มแผ่ขยายออกไป มีความสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจระหว่าง บริษัทในไทยกับบริษัทในประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศใดประเทศหนึ่ง และผู้บริโภคหรือผู้ใช้ในไทยหรือในประเทศสมาชิกอาเซียน ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาก็จะเป็นปัญหาการค้าระหว่างประเทศ และหากเกิดปัญหาฟ้องร้องกันจะใช้กฎหมายใดเป็นพื้นฐาน ผู้เขียนไม่มีความรู้ทางกฎหมาย จึงไม่อาจฟันธงได้ว่าจะเป็นกฎหมายใด แต่เชื่อว่าไม่มีกฎหมายใดที่จะพัฒนาทันกับรูปแบบเทคโนโลยี การค้าและบริการในปัจจุบัน เท่าที่ฟังๆ ท่านผู้มีความรู้ทางกฎหมายให้ความเห็นมาก็คือ ต้องดูตัวสัญญาที่ทำระหว่างกัน และใช้กฎหมายแพ่งมาพิจารณา แต่กฎหมายแพ่งของไทยก็เก่ามาก ดูแค่ปีที่ตรวจชำระครั้งสุดท้ายก็ยังแค่ปี พ.ศ. 2535
บางรายก็มองว่าเป็นเรื่องของการจ้างทำของ บางรายก็มองว่าเป็นการส่งมอบสินค้าแล้วสินค้าชำรุด โดยเฉพาะในกรณีที่มีการส่งสินค้าด้วยและการมาติดตั้ง Software และลง Programs ให้ด้วย แต่ลงไม่ครบหรือใช้งานจริงไม่ได้ตาม TOR ที่สำคัญไม่มีนักกฎหมายท่านใดมองว่าเป็นเรื่องการค้าบริการ ซึ่งที่จริงต่างประเทศเขาจัดเป็นการค้าบริการไปแล้ว อาจเป็นเพราะยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เหมือนในสมัยก่อนที่ยังไม่มีกฏหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา
และจะยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้นเมื่อคนไทยที่พอสื่อสารภาษาต่างชาติได้บ้าง แต่ไม่มีความรู้ด้านต่างประเทศ พอจะมองเห็นช่องทางทำมาหากินกับเขา คิดว่าจะตั้งตัวได้ เอกสารสัญญาหลักฐานต่างๆ ก็ไม่สมบูรณ์ หละหลวม จนอาจตกเป็นเหยื่อของผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญกว่า ประกอบกับการไม่มีกฎหมายรองรับก็อาจตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบ หรือที่ร้ายกว่าต้องหมดเนื้อหมดตัวไป







