
คาดเฟดส่งสัญญาณ ขึ้นดอกเบี้ยไตรมาส3
นักวิเคราะห์คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยในครึ่งปีหลัง ธุรกิจไทยวอนคุมบาทไม่ให้แกว่งเกิน 32 บาท
นักวิเคราะห์คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยในครึ่งปีหลัง ธุรกิจไทยวอนคุมบาทไม่ให้แกว่งเกิน 32 บาท
สำนักข่าวบลูมเบิร์กเปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ 53 คน พบว่า นักเศรษฐศาสตร์ ส่วนใหญ่ 45% คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.นี้ ในขณะที่อีก 30% เชื่อว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. โดยปัญหาเงินเฟ้อที่ลดต่ำลงจะไม่เป็นอุปสรรคให้เฟดต้องเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยไปอีกปี
จอห์น ไรดิง หัวหน้านักเศรษฐ ศาสตร์จากบริษัทวิจัย อาร์ดีคิว อีโคโนมิกส์ ระบุว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้ส่งสัญญาณของการอยู่ในภาวะวิกฤตอีกต่อไปแล้ว และเงินเฟ้อต่ำก็เป็นผลจากราคาน้ำมันที่ถูกลงเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นผลดีกับเศรษฐกิจสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ 29% มองว่าอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป โดยคาดว่าจะอยู่ที่ราว 1-1.16% ในปีนี้จะทำให้เฟดอาจเลื่อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป ขณะที่อีก 72% มองว่าผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายทางการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ระหว่างวันที่ 27-28 ม.ค.นี้ จะยังไม่มีการส่งสัญญาณเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
ทางด้านคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย จะมีการประชุมนโยบายการเงินใน
วันนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งนักวิเคราะห์หลายสำนัก อาทิ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยและธนาคารเอชเอสบีซี เชื่อว่า กนง.จะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากต้องการรอดูตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว เพื่อประเมินการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยให้ชัดเจนก่อน
นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ กล่าวว่า สิ่งที่อยากเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งดำเนินการมีอยู่ 3 เรื่อง คือ ภาษี ค่าเงิน และอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะค่าเงินบาท ภาครัฐควรเข้ามาดูแลให้มีเสถียรภาพไม่ผันผวน เพราะปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ย ซึ่งค่าเงินที่มีความเหมาะสมควรอยู่ที่ระดับ 32 บาท/เหรียญสหรัฐ จากระดับปัจจุบันที่ 32.57 บาท/เหรียญสหรัฐ







