posttoday
ลดวาระประธานศาลรธน.เหลือ3ปี

ลดวาระประธานศาลรธน.เหลือ3ปี

21 มกราคม 2558

กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญลดวาระประธานศาลรัฐธรรมนูญเหลือ3ปี

กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญลดวาระประธานศาลรัฐธรรมนูญเหลือ3ปี

การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อเนื่องในร่างมาตราที่ว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ ในหมวด 1 ว่าด้วยศาลและกระบวนการยุติธรรม ภาค 3 นิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยเริ่มพิจารณามาตรา (3/1/2) 4 ว่าด้วยวาระดำรงตำแหน่งของประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมูญให้คง 9 ปี ตามเดิม

โดยอนุกมธ.ยกร่างฯ ได้นำมาตรา 208 ของรัฐธรรมนูญ 2550 มาพิจารณา ไม่มีการปรับแก้ ทั้งนี้ กรรมาธิการได้มีข้อเสนอให้เขียนบทบัญญัติเพิ่มเติมว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมกำหนดวาระดำรงตำแหน่ง 3 ปี ได้วาระเดียว เหตุผลเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ไปดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญนั้นอยู่นานเกินไป จนกลายเป็นคนบ้าอำนาจไปในที่สุด

นอกจากนี้ ยังให้เพิ่มถ้อยคำว่า เมื่อพ้นจากประธานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ให้กลับไปดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ต่อ เหตุผลเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่หวังดี หรือพวกศรีธนญชัย นำประเด็นไปฟ้องร้องเพื่อกลั่นแกล้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว โดยที่ประชุมได้มีมติเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าวไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ส่วนมาตรา (3/1/2) 5 ว่าด้วยคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม ข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งเดิมอยู่ในมาตรา 207 และมาตรา 209 ของรัฐธรรมนูญ 2550 ให้ไปเขียนเป็นรายละเอียดไว้ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญและวิธีพิจารณาความศาลรัฐธรรมนูญ

โดยอนุกมธ.ยกร่างฯนำบทบัญญัติมาเขียนรวมรายละเอียด กำหนดว่า “ต้องไม่เป็นกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” ที่ประชุมได้เห็นชอบให้เพิ่มถ้อยคำและผ่านการพิจารณา ส่วนมาตรา (3/1/2) 6 ว่าด้วยการให้สิทธิคู่ความในศาล สามารถขอให้ศาลยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความข้อกฎหมาย ซึ่งนำมาตรา 211 รัฐธรรมนูญ 2550 พิจารณา

ขณะที่ มาตรา (3/1/2) 7 ว่าด้วยกรณีให้บุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญรับรองมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีคำวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ โดยนำความของมาตรา 212 ในรัฐธรรมนูญ 2550 มาประกอบการพิจารณา โดยมาตราทั้งสองผ่านการพิจารณาโดยไม่มีการแก้ไข

สำหรับมาตรา (3/1/2) 8 ว่าด้วยการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ขององค์กร โดยอนุกมธ.ยกร่างฯ นำหลักการสำคัญมาตรา 266 ในรัฐธรรมนูญ 2540 และบทบัญญัติของมาตรา 214 ในรัฐธรรมนูญ 2550 มาประกอบการพิจารณา โดยได้เพิ่มสิทธิให้ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ฐานะตัวแทนของฝ่ายค้านในสภาฯ มีสิทธิเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยได้

โดยอนุกมธ.ยกร่างบทบัญญัติฯ ชี้แจงว่า รัฐธรรมนูญมีหน้าที่สำคัญคือคุ้มครองฝ่ายเสียงข้างน้อย ซึ่งในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาไม่ได้กำหนดไว้ แม้จะเขียนให้เป็นในนามประธานรัฐสภา แต่ยังถือว่าไม่ครอบคลุม เพราะรัฐสภาถือเป็นองค์กรกลุ่มที่ต้องใช้เสียงข้างมากของรัฐสภาตัดสิน ดังนั้น การเขียนถ้อยคำดักล่าวเป็นการคุ้มครองเสียงข้างน้อย

นอกจากนี้ ยังถือเป็นการผ่าทางตันที่เกิดกับการเมืองไทยช่วงที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาตรา 214 ในรัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ได้เปิดช่องให้ จึงทำให้ฝ่ายเสียงข้างน้อยในรัฐสภาใช้กลไกของรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 68 ไปดำเนินการ ทั้งนี้ในการพิจารณา กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้เสนอให้ปรับข้อความให้มีความเหมาะสมและผ่านการพิจารณา

จากนั้น เป็นการพิจารณา มาตรา (3/1/2) 9 ว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยนำหลักการและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 216 ทั้งมาตรา และมาตรา 211 วรรคท้ายมาจัดเรียงให้มีความเหมาะสมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญใดๆ

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท