posttoday

กรมชลฯเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนกระทบประปา

18 มกราคม 2558

กรมชลฯ เตรียมแผนฉุกเฉินระบายน้ำป่าสักมาช่วยป้องกันน้ำเค็มเข้าระบบประปานครหลวงเหตุทะเลหนุนสูง19-20ม.ค.

กรมชลฯ เตรียมแผนฉุกเฉินระบายน้ำป่าสักมาช่วยป้องกันน้ำเค็มเข้าระบบประปานครหลวงเหตุทะเลหนุนสูง19-20ม.ค.

นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าได้เตรียมระบายน้ำมาไล่น้ำเค็มที่ปากคลองสำแล แหล่งสำรองน้ำดิบผลิตน้ำปะปานครหลวง จ.ปทุมธานี ไว้ในปริมาณ 80-110 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็นปริมาณที่เพียงพอต่อการผลักดันน้ำเค็มเข้าระบบประปาในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุดในวันที่19-20 ม.ค.และจะหนุนต่อเนื่องอีก 4-5 วัน เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำและค่าความเค็มให้อยู่ในระดับมาตรฐานผลิตประปา 0.25 กรัมเกลือต่อลิตรโดยได้ระบายน้ำมาคุมไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งระบายจากเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 80 ลบ.ม.วินาที และระบายจากเขื่อนพระรามหก 24 ลบ.ม.ต่อวินาที

ขณะนี้วัดค่าความเค็มที่ ปากคลองสำแล ยังอยู่ในระดับ 0.17 กรัมเกลือต่อลิตร อย่างไรก็ตามกรมชลฯและหน่วยที่เกี่ยวข้องจะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอาจเกิดปัจจัยเสี่ยงจากอิทธิพลของลมพัดปากอ่าวมากระทบจะมีผลต่อระดับน้ำทะเลได้จึงได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินไว้ด้วยโดยจะระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักฯมาช่วยได้ทัน

ส่วนสถานการณ์น้ำเค็มที่แม่น้ำท่าจีน บริเวณปากคลองจินดาบางช่วงมีค่าความเค็มอยู่ที่ 0.3-0.4 กรัมเกลือถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของน้ำเพื่อการเกษตรแล้ว ซึ่งยังคงมีการระบายน้ำจากประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา 30 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยระบายลงต้นคลองจินดา 8 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งสถานการณ์น้ำเริ่มดีแต่เกษตรกรสวนกล้วยไม้ ยังไม่มั่นใจต่อคุณภาพน้ำในคลอง และยังไม่กล้านำไปรดสวนกล้วยไม้ ทางกรมชลฯจึง ยังขนน้ำไปส่งให้สวนกล้วยไม้อยู่เพราะค่าความเค็มบางช่วง ในคลองจินดา ยังเกิน1.3 กรัมต่อลิตรซึ่งเกษตรกรสวนกล้วยไม้เห็นว่าคุณภาพน้ำไม่เหมาะสมกับต้นกล้วยไม้

ข่าวล่าสุด

ทอท.ภูเก็ต แจง EY416 ตกหลุมอากาศ ลงจอดปลอดภัย ไร้ผู้โดยสาร–ลูกเรือบาดเจ็บ