
ไม่น่าวิตก
ต้องบอกว่าในปีนี้ ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่สหรัฐอเมริกาในฐานะที่เป็นเขตเศรษฐกิจหลักของโลกที่มีอัตราการเติบโตได้ดีกว่าเพื่อนในปีนี้ ถึงกับขนาดที่การประชุมของบรรดาผู้นำเศรษฐกิจโลกอย่าง เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่ดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 21-26 ม.ค.นี้ จากเดิมที่เวทีนี้จะหารือกันถึงพลังของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ แต่ในปีนี้คาดว่าที่ประชุมก็จะหันมาพูดคุยกันถึงเศรษฐกิจอเมริกาเหนือกันทีเดียว
ต้องบอกว่าในปีนี้ ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่สหรัฐอเมริกาในฐานะที่เป็นเขตเศรษฐกิจหลักของโลกที่มีอัตราการเติบโตได้ดีกว่าเพื่อนในปีนี้ ถึงกับขนาดที่การประชุมของบรรดาผู้นำเศรษฐกิจโลกอย่าง เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่ดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 21-26 ม.ค.นี้ จากเดิมที่เวทีนี้จะหารือกันถึงพลังของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ แต่ในปีนี้คาดว่าที่ประชุมก็จะหันมาพูดคุยกันถึงเศรษฐกิจอเมริกาเหนือกันทีเดียว
แต่กระนั้น แม้ว่าเศรษฐกิจจะดูแล้วค่อนข้างดีกว่าเพื่อน แต่ทว่าเมื่อสองวันก่อน มีการเปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐประจำเดือน ธ.ค. 2014 ปรากฏว่าหดตัวลงไปถึง 0.9% ถือเป็นการหดตัวที่มากที่สุดในรอบ 6 เดือนทีเดียว ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้หุ้นสหรัฐเมื่อสองวันก่อนร่วงลงแบบถล่มทลายกันพอสมควร
ตัวเลขนี้สำคัญอย่างไร สหรัฐเป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยพลังซื้อของคนเป็นสำคัญ ยอดจับจ่ายใช้สอยที่ลดลงหมายถึงว่าผู้บริโภคสหรัฐยังลังเลที่จะใช้เงินเช่นกันครับ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐแน่นอน
แต่กระนั้น บลูมเบิร์กได้รายงานอ้างบรรดาเหล่ากูรู นักวิเคราะห์ทั้งหลายก็ต่างเชื่อมั่นว่า ไม่น่าวิตกกังวลนัก เพราะอะไร
ประการแรก ตัวเลขที่ลดลงเป็นตัวเลขประจำเดือน ธ.ค.เท่านั้น แต่ในภาพรวมตลอดทั้งปีของปีที่แล้ว ตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐน่าจะปรับขึ้นมามากกว่า 4% ทีเดียว ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณดีทีเดียว และไตรมาสแรกของปีนี้ก็คาดว่าการใช้จ่ายก็น่าจะดีด้วย
ประการต่อมา คือ สถานการณ์การว่างงานของชาวสหรัฐดีขึ้นมาก เมื่อปีที่แล้วตลอดทั้งปีสหรัฐมีตำแหน่งงานใหม่เพิ่ม 3 ล้านตำแหน่งครับ เป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐมากที่สุดในรอบหลายปีทีเดียว
ประการที่ 3 คือราคาน้ำมันที่ลดลงยิ่งจะทำให้ผู้บริโภคสหรัฐมีพลังซื้อมากขึ้นด้วย ในสหรัฐน้ำมัน 1 แกลลอนราคาไม่ถึง 3 เหรียญสหรัฐ ประมาณแค่ 2.9 เหรียญสหรัฐ ดังนั้น 1 แกลลอนก็ประมาณ 3.78 ลิตร ตกลิตรละประมาณ 24 บาทเท่านั้น
ประการสุดท้าย นักวิคราะห์คาดว่าสหรัฐไม่น่าจะเจอกับเงินฝืด แม้ว่าในขณะนี้ดัชนีราคาสินค้ายังไม่ขยับขึ้นมาก รวมไปถึงค่าแรงยังไม่ปรับขึ้น แต่ก็เชื่อว่าในปีนี้ค่าแรงและราคาสินค้าจะขยับขึ้นบ้างตามสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
สรุปแล้ว ส่วนใหญ่จะเชื่อว่าแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจบางอย่างจะยังไม่ดีนัก แต่ก็เชื่อว่าในภาพรวมและสถานการณ์ในปีนี้น่าจะดีขึ้นมาก โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมันอันเป็นปัจจัยสำคัญนั้นมีราคาถูกลงจริงๆ
ส่วนในไทย น้ำมันก็ถูกมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ดูเหมือนว่าคนจะไม่ได้อานิสงส์กันเสียเท่าไหร่ครับ







