
กระทรวงยุติธรรมจัดทัพเคลื่อนที่ให้ความรู้กฎหมาย
กระทรวงยุติธรรมจัดทัพเคลื่อนที่แก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรม ลุยจังหวัดลพบุรี ล้างเจ้าหนี้นอกระบบ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านบริหารความยุติธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงยุตธรรมมีนโยบายจัดโครงการยุติธรรมเคลื่อนที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยจากการลงพื้นที่สำรวจปัญหาในแต่ละพื้นที่พบว่า ปัญหาหลักคือ ประชาชนขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการบังคับตามกฎหมาย ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม มักจะรู้สึกเกรงกลัวเมื่อได้รับหมายศาล ไม่กล้าไป ศาล ไม่ทราบว่าจะปฏิบัติตนเช่นไรเมื่อได้รับหมายศาล ทำให้ขาดโอกาสในการต่อสู้คดี
กระทรวงยุติธรรมจัดทัพเคลื่อนที่แก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรม ลุยจังหวัดลพบุรี ล้างเจ้าหนี้นอกระบบ
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านบริหารความยุติธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงยุตธรรมมีนโยบายจัดโครงการยุติธรรมเคลื่อนที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยจากการลงพื้นที่สำรวจปัญหาในแต่ละพื้นที่พบว่า ปัญหาหลักคือ ประชาชนขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการบังคับตามกฎหมาย ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม มักจะรู้สึกเกรงกลัวเมื่อได้รับหมายศาล ไม่กล้าไป ศาล ไม่ทราบว่าจะปฏิบัติตนเช่นไรเมื่อได้รับหมายศาล ทำให้ขาดโอกาสในการต่อสู้คดี
"การจัดคลีนิคยุติธรรมเคลื่อนที่ จะเน้นการให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ที่มีความหลากหลาย อาทิ ปัญหาการเป็นหนี้ในระบบ และหนี้ นอกระบบ (ลูกหนี้ในระบบและลูกหนี้นอกระบบ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีและชั้นบังคับคดีตามหมายศาล) ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน เช่น ปัญหา เรื่องการออกโฉนดทับที่ดินชาวบ้าน ปัญหาการจำนำสินค้าเกษตรที่ไม่เป็นธรรม และปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายในด้านอื่น ๆ" พ.ต.อ.ทวีกล่าว
ทั้งนี้ในวันที่ 16 มิ.ย. นี้ กระทรวงยุติธรรมจะจัดงานยุติธรรมเคลื่อนที่ครั้งที่ 5 ที่อาคารหอประชุมเทศบาลเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เพื่อเผยแพร่บทบาทภารกิจ ของกระทรวงยุติธรรม พร้อมให้ความรู้และให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ประชาชน อาทิ ปัญหาหนี้นอกระบบ ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของประชาชน เป็นต้น โดยคาว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน
อย่างไรก็ตามเบื้องต้นในพื้นที่จังหวัดลพบุรีที่ได้รับรายงานพบว่าปัญหาลูกหนี้นอกระบบ ที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีมีประมาณ 130 กว่าราย มีเจ้าหนี้รายใหญ่ 13 รายที่อยู่ระหว่างการบังคับคดีกับลูกหนี้ซึ่งมีจำนวนลูกหนี้สูงถึง 853 ราย นอกจากนี้ยังพบปัญหา ความเดือนร้อนด้านอื่น ๆ เช่น การบุกรุกป่าชุมชน โดยมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ปัญหามลพิษที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมและการทิ้งขยะของโรงงานอุตสาหกรรม และปัญหาชาวบ้านร้องขอความเป็นธรรมเรื่องเงินชดเชยพิเศษการจัดสรรที่ดินจากการก่อสร้างเขื่อน ปัญหานายทุนกดราคาการรับซื้อผลิตผลทางการเกษตร และปัญหาภัยแล้งทรัพยากรน้ำขาดแคลนและไม่เพียงพอ ปัญหายาเสพติด และปัญหาความรู้ความเข้าใจเรื่องกฎหมาย สิทธิและเสรีภาพ
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า การจัดงานยุติธรรมเคลื่อนที่ครั้งที่ 4 ที่จังหวัดอุบาลราชธานีที่ผ่านมา พบว่ามีปัญหาสำคัญหลายประการ อาทิ กรณี การออกโฉนดทับที่ชาวบ้านในลักษณะที่คล้ายคลึงกันกว่า 200 คดี เช่น นายวิทยา แก้วบัวขาว ประชาชนจากตำบลบุ่งหวาย และชาวบ้านซึ่งเคยอาศัยที่ดินทำกินตั้งแต่บรรพบุรุษ ต้องถูกฟ้องร้องข้อหาบุกรุกและลักทรัพย์ขุดหน้าดิน ศาลมีคำพิพากษาจำคุก2 ปี ซึ่งต่อมากระทรวงยุติธรรมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีการทำนิติกรรมอำพราง จึงเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพักการลงโทษที่เหลืออีก 1 ปี และกองทุนยุติธรรมได้อนุมัติให้จัดหาทนายความเพื่อให้การช่วยเหลือและให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่ดินซึ่งเป็นปัญหาในปัจจุบันด้วย
นอกจากนี้ จังหวัดอุบลราชธานี มีลูกหนี้นอกระบบ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินคดีจำนวน 853 ราย โดยมีเจ้าหนี้รายใหญ่จำนวน 13 ราย ทั้งนี้ ปัญหาของลูกหนี้ส่วนหนึ่ง คือ เจ้าหนี้จะให้ลูกหนี้ระบุเงินกู้สูงกว่ามูลหนี้จริง ซึ่งในครั้งนั้นกระทรวงยุติธรรมทำหน้าที่เป็นคนกลางช่วยเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอประนอมหนี้ รวมทั้งขยายระยะเวลาการใช้หนี้ ซึ่งเป็นผลสำเร็จน่าพึงพอใจทั้งฝ่ายเจ้าหนี้และลูกหนี้ นอกจากนี้ยังพบปัญหาบุคคลไร้สัญชาติ โดยอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยสร้างครอบครัวมีลูกมีหลาน ทำมาหากินในประเทศไทยมาเป็นเวลานานแต่มิได้รับสัญาชาติไทย ทำให้เกิดความรู้สึกถูกกีดกัน ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้รับเรื่องไว้และอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป







