
เริ่มต้นจากศูนย์จนเป็น...‘เศรษฐีน้อย’ (จบ)
สวัสดีปีใหม่ 2558 ครับ เมื่อตอนที่แล้วเราคุยกันไปแล้วถึงเรื่องจริงของ “เซียนมี่” ที่มีชีวิตเริ่มต้นจากการขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และเปลี่ยนอาชีพไปเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จจากการลงทุน จนกลายไปเป็น “เศรษฐีน้อย”
สวัสดีปีใหม่ 2558 ครับ เมื่อตอนที่แล้วเราคุยกันไปแล้วถึงเรื่องจริงของ “เซียนมี่” ที่มีชีวิตเริ่มต้นจากการขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และเปลี่ยนอาชีพไปเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จจากการลงทุน จนกลายไปเป็น “เศรษฐีน้อย”
วันนี้เราจะคุยกันต่อถึงเรื่องจริงของรุ่นน้องผมอีกท่านหนึ่งที่เริ่มต้นจาก “ศูนย์” และสามารถดำเนินชีวิตจนกลายไปเป็นเศรษฐีน้อยอีกท่านหนึ่ง
รุ่นน้องที่ผมจะเล่าให้คุณผู้อ่านได้อ่านกัน เขามีชื่อว่า คุณณัฐชาต คำศิริตระกูล มีชื่อเล่นว่า กานต์
กานต์เป็นเพื่อนรุ่นน้องวิศวะของผม เขาจบมัธยมปลายที่ขอนแก่นและจบปริญญาโทวิศวกรรมโยธา จากมหาวิทยาลัยรัฐที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
โดยพื้นเพฐานะทางครอบครัวจะพอมีพอกิน...ไม่ได้ร่ำรวย ซึ่งพอมีกำลังที่จะส่งลูกชายให้เรียนต่อจนจบปริญญาโทได้เพียงเท่านั้น แต่ไม่สามารถให้เงินทุนแก่ลูกชายเพื่อไปประกอบกิจการได้
หลังเรียนจบ...กานต์ได้ทำงานในบริษัทวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
หลังจากทำงานไปได้ระยะหนึ่ง เขาก็เริ่มไม่พอใจกับฐานะความเป็นอยู่ของตน เขาคิดว่า...เขามีเงินน้อยเกินไปที่จะดำเนินชีวิตได้อย่างสบายๆ เขาจึงมีความคิดที่อยากจะรวยเร็ว
“ความอยากรวยเร็ว” เป็นความรู้สึกหนึ่งที่เขามี และเขาต้องการให้มันเป็นจริง แต่เนื่องจากหน้าที่การงานที่มีความรับผิดชอบสูง จึงไม่เปิดโอกาสให้เขาไปทำอาชีพเสริมได้
กานต์จึงได้พยายามศึกษาหาแนวทางอื่น และพบว่าการลงทุนโดยการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เขาสมหวัง เขาจึงได้อ่านตำราอย่างมากมาย และได้ศึกษาเรื่องการลงทุนอย่างละเอียด ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเข้าไปลงทุนซื้อหุ้น
หลังจากที่เขาพบว่าการลงทุนซื้อหุ้นน่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความร่ำรวยในเวลาอันรวดเร็วได้ เขาก็พบว่าตัวเขาเองแทบจะไม่มีเงินลงทุนเลย ดังนั้นกานต์จึงเริ่มประหยัด...ประหยัด...และประหยัด
กานต์ มองว่า ถ้าเขาอยากรวยเร็วก่อนคนอื่น... เขาก็จะต้องประหยัดเงินมากกว่าคนอื่น ดังนั้นเมื่อเพื่อนๆ ของกานต์ในวัยเดียวกัน จะชอบซื้อบ้าน...ซื้อรถ...และซื้อของที่คิดว่าจำเป็น กานต์ก็จะทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม นั่นคือ โดยเขาไม่เคยคิดจะซื้อบ้าน...ไม่ซื้อรถ...และไม่ซื้อของที่คิดว่าจำเป็น เพราะกานต์คิดว่า “ถ้าเรากำลังจะซื้อ...ของที่คิดว่าอาจจะจำเป็น” นั่นก็คือ “เรากำลังคิดที่จะซื้อ...ของที่ไม่จำเป็น” นั่นเอง
แม้ว่ากานต์จะศึกษาจากตำราจำนวนมากมาย เข้าอบรมหลักสูตรกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และอื่นๆ อีกมากมายก็ตาม เขาก็ยังเข้าไปสังสรรค์กับกลุ่มนักลงทุนกลุ่มต่างๆ อีกด้วย
ช่วงแรกเขามักจะตัดสินใจซื้อตามนักลงทุนประเภทนี้หลายคน เนื่องจากยังไม่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเพียงพอที่จะศึกษาข้อมูลของบริษัทนั้นๆ อย่างละเอียด และเริ่มต้นซื้อหุ้นในจำนวนเงินที่น้อยๆ ก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มขนาดการลงทุนขึ้น ซึ่งทำให้เป็นการลดความเสี่ยง และมั่นใจว่าประสบการณ์ของพี่ๆ นักลงทุนแบบเน้นคุณค่า จะช่วยให้เขาลงทุนได้
ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าในระยะยาว
นอกจากนั้น เขายังชอบที่จะมองหา “หุ้นนอกสายตา” อยู่ตลอดเวลา หุ้นนอกสายตาที่ว่านั้น คือ ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นขนาดเล็ก ไม่มีหนี้ระยะยาว มีแต่หนี้การค้า มีประวัติจ่ายเงินปันผลที่มีอัตราผลตอบแทนดีมาโดยตลอด แต่ที่สำคัญที่สุด คือ ผู้บริหารติดดินและชอบพูดคุยกับผู้ถือหุ้น
กานต์จะชอบไปประชุมผู้ถือหุ้นเกือบทุกครั้ง เขาจะชอบพูดคุยถึงอนาคตรายได้ของบริษัทและแนวโน้มความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการก่อหนี้สินระยะยาวจะเป็นประเด็นที่เขาให้ความสนใจมากที่สุด
ปัจจุบันนี้ กานต์...ไม่ได้ทำงานประจำแล้ว แต่ยังมีกำลังที่จะเลี้ยงดูคนที่เขารักได้อย่างสบาย โดยเงินเหล่านี้มาจากการปันผลของหุ้นที่เขาถืออยู่ปีละหลายล้านบาท นอกจากนั้นยังมีเงินเหลือไปลงทุนต่อได้อีกด้วย
การถือหุ้นที่สามารถปันผลให้แก่เราเป็นจำนวนมากๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนที่พึ่งพาผลตอบแทนจากการลงทุนเพียงอย่างเดียว ลักษณะหุ้นปันผลที่กานต์ให้ความสนใจเป็นพิเศษนั้น ควรจะมีนโยบายปันผล 100 เปอร์เซ็นต์ ของกำไร บริษัทมีเงินสดเหลือจำนวนมาก บริษัทไม่มีหนี้สินระยะยาว สินค้าที่บริษัทเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้น จะต้องมีการใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก
ดังนั้น หากคุณผู้อ่านคิด “อยากจะรวยเร็ว” แล้วละก็ คงจะต้องพยายามหาแนวทางของตนเอง หรืออาจจะเอาแนวทางของคุณกานต์ไปเป็นแบบอย่างก็ดีนะครับ ทำให้นึกถึงคำกล่าวของ Andrew Carnegie อดีตมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ที่กล่าวไว้ว่า “The way to become rich is to put all your eggs in one basket and then watch that basket.”
แปลตามความได้ว่า “หนทางสู่ความร่ำรวยก็คือ ให้ใส่ไข่ของท่านทุกฟองไว้ในตะกร้าเดียวกัน และดูแลรักษาตะกร้านั้นให้ดี” นั่นคือ การหาอาชีพที่ตนถนัด และคิดว่ามันจะสร้างความร่ำรวยได้ จากนั้นก็ตั้งใจทำงานนั้นๆ ให้ดีที่สุด ...โชคดีปีใหม่นะครับ







