
ตรังเข้มกวดขันจับกุมคดีตัดไม้ทำลายป่า
ตรัง-ตรังระดมกำลังทุกหน่วยจับกุมคดีตัดไม้ทำลายป่าไม้เพิ่มพบอุทยานแห่ชาติหาดเจ้าไหมถูกบุกรุกมากที่สุด
ตรัง-ตรังระดมกำลังทุกหน่วยจับกุมคดีตัดไม้ทำลายป่าไม้เพิ่มพบอุทยานแห่ชาติหาดเจ้าไหมถูกบุกรุกมากที่สุด
นายมนภัทร วังศานุวัตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตรัง กล่าวว่า สถานการณ์การบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ปรากฎว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมดำเนินคดีตามกฏหมายได้จำนวนเพิ่มขึ้น โดยในปี 2555 จับกุม 139 คดี เนื้อที่ 1,053 ไร่ ส่วนปี 2556 จับกุม 73 คดี เนื้อที่ 637 ไร่ และล่าสุดปี 2557 จับกุม 174 คดี เนื้อที่ 1,255 ไร่ โดยเฉพาะนับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามา ก็ได้สั่งระดมกำลังจากทุกหน่วยงาน เข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ป่าทั่วจังหวัดตรัง ทั้งภาคอากาศ และภาคพื้นดิน อย่างเข้มข้น ส่งผลให้มีสถิติการจับกุมดำเนินคดีสูงขึ้นตาม
ทั้งนี้ พื้นที่ที่พบว่ามีการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่ามากที่สุดในช่วงที่ผ่านมาก็คือ บริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม อำเภอกันตัง และอำเภอสิเกา โดยเป็นจุดที่มีราคาซื้อขายที่ดินสูงสุดของจังหวัดตรัง เพื่อนำไปประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยว และจนถึงปัจจุบันก็ยังมีอีกหลายจุดที่มีนายทุนรายใหญ่เข้ามาครอบครอง โดยกำลังอยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิ์ หรือใช้กระบวนการทางศาล ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ และบางจุดก็มีปัญหาคาราคาซังมายาวนานแล้ว หรือมีการฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส่วนการบุกรุกป่าเพื่อนำที่ดินไปทำกิน เช่น ปลูกยางพารา ปลูกปาล์มน้ำมัน หรือปลูกบ้านอยู่อาศัย มีจำนวนน้อย
สำหรับสถานการณ์การบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าในปี 2558 คาดว่าคงมีแนวโน้มไม่มากไปกว่าเดิม เนื่องจากขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้เข้าทำการตรวจสอบ ตรวจยึด และจับกุม อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนทำงานอย่างหนักตามนโยบายของรัฐบาล จนทำให้นายทุนหรือชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปบุกรุกอีก ซึ่งนอกจากจะมีการปราบปรามอย่างจริงจังแล้ว ยังมีการฟื้นฟูป่า และการปลูกป่าด้วย ส่งผลให้พื้นที่ป่าของจังหวัดตรัง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 23 %







