posttoday
การปลูกฝังทักษะทางการเงินในเด็ก

การปลูกฝังทักษะทางการเงินในเด็ก

12 มกราคม 2558

เด็กเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญยิ่ง ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคต เพราะ “เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า” ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายที่จะมาพร้อมกับการเปิดประชาคมอาเซียนหลังปี 2558 ซึ่งต้องเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณภาพของคนในประเทศ

เด็กเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญยิ่ง ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคต เพราะ “เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า” ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายที่จะมาพร้อมกับการเปิดประชาคมอาเซียนหลังปี 2558 ซึ่งต้องเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณภาพของคนในประเทศ

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเผชิญความท้าทายที่ยิ่งใหญ่อีกอย่างหนึ่งในเรื่อง “สังคมผู้สูงอายุ” เพราะประเทศไทยกำลังกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุด้วยอัตรารวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนแปลงเป็น “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” ภายในเวลาอีก 21 ปีข้างหน้า ซึ่งหมายถึงการที่ประชากรร้อยละ 14 หรือมากกว่านั้นมีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ในประเทศฝรั่งเศสนั้นการเปลี่ยนแปลงนี้ใช้เวลามากกว่า 100 ปี ในขณะที่ประเทศไทยจะนำหน้าแม้กระทั่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเคยเป็นอันดับหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ที่รวดเร็วที่สุดในโลกเสียอีก

ผลกระทบนี้จะมีผลต่ออนาคตที่สำคัญของประเทศไทย ดังนั้นภาระจะตกอยู่กับ “เด็ก” ในวันนี้ ที่จะต้องแบกรับภาระในการสร้างผลิตภาพให้กับคนในชาติทั้งหมด ในการเตรียมพร้อมให้กับเยาวชนของชาติในอนาคต ผู้ใหญ่ก็มีส่วนสำคัญในการอบรม สั่งสอน ให้การดูแลเอาใจใส่ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ครู อาจารย์ และทุกๆ คนในสังคมต่างก็เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเด็กเหล่านี้ทั้งสิ้น ผมคิดว่าผู้ใหญ่ก็ทำหน้าที่ในการหล่อหลอมเยาวชนของชาติในด้านต่างๆ หลายด้านแล้ว แต่ที่ผมยังรู้สึกว่าขาดไปด้านหนึ่ง ก็คือ “ทักษะทางการเงิน” ของเด็กไทยเพราะยังไม่มีวิชาเรียนที่เกี่ยวกับ “ทักษะทางการเงิน” เลย

จริงอยู่ที่เยาวชนสมัยนี้ได้เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ ตั้งแต่ระดับชั้นประถมต่างจากสมัยผมเป็นเยาวชนที่กว่าจะได้เรียนก็ระดับมัธยมแล้ว อย่างไรก็ตาม เนื้อหาส่วนใหญ่ก็ยังมุ่งเน้นที่จะเรียนรู้ “เศรษฐศาสตร์” ที่มุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากร ราคา พฤติกรรมผู้ผลิต ผู้บริโภค เศรษฐกิจพอเพียง และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค ธนาคาร และรัฐบาล เป็นต้น แต่ยังขาดแง่มุมในเชิง “ทักษะทางการเงิน” ที่เน้นไปที่การนำความรู้ที่เกี่ยวข้องทางการเงินมาตัดสินใจ เพื่อให้อยู่ดีกินดีขึ้น ดังนั้น “การจะสร้างเสริมทักษะทางการเงินที่ดี จึงควรมุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้ทางการเงินที่จำเป็น การสร้างพฤติกรรมที่มีวินัย มีความสม่ำเสมอ และการหล่อหลอมทัศนคติทางการเงินที่ดีให้เกิดขึ้น”

ความรู้ทางการเงินที่จำเป็น ได้แก่ เรื่องดอกเบี้ย เพราะการเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยจะช่วยให้เด็กๆ รู้จักเก็บออมเพื่อให้เงินงอกเงยมากขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการคำนวณหาอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนทางการเงินต่างๆ ต่อไปในอนาคต ความรู้ทางการเงินอีกอย่างที่สำคัญก็คือ เด็กๆ ต้องรู้จักเงินเฟ้อที่ทำให้ค่าของเงินลดลงเรื่อยๆ และการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างง่ายๆ ทันทีที่เด็กรู้จักการบวก ลบ เลขเป็น ผู้ปกครองต้องรีบสอนเรื่องบัญชีแบบง่ายๆ ให้เด็กได้ทันที ไม่ต้องรอให้โตเป็นผู้ใหญ่ สอนให้เขารู้จักบันทึกรายรับและรายจ่าย

สำหรับด้านการสร้างพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับทักษะทางการเงินก็คือ ความมีวินัยและความสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นรากฐานด้านพฤติกรรมที่สำคัญในการสร้างให้เด็กๆ มีพฤติกรรมที่ดี และส่งเสริมให้มีการออมและลงทุนตลอดเวลา พฤติกรรมนี้สำคัญ เพราะความมั่งคั่งไม่ได้เกิดขึ้นเพียงวันเดียว แต่จะเกิดจากการผลิดอกออกผลของเงินหลายๆ ก้อน ความมีวินัยจะช่วยเพิ่มโอกาสในการไปถึงเป้าหมายทางการเงิน นอกจากนี้เด็กๆ ต้องถูกสอนให้รู้จักประหยัด ต้องรู้จักใช้จ่ายเงินเฉพาะเรื่องที่จำเป็น ไม่สุรุ่ยสุร่ายจ่ายเงินอย่างฟุ้งเฟ้อ ต้องรู้ว่าเวลาไหนควรใช้หรือไม่ควรใช้ ควรรู้จักประหยัดมัธยัสถ์ ตั้งแต่เด็กๆ ให้เป็นนิสัย อย่ารอให้โตเป็นวัยรุ่น เพราะพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้จะเป็นส่วนช่วยเสริมให้เด็กๆ สามารถสร้างความมั่งคั่งในด้านการเงินต่อไปในอนาคต

ส่วนด้านทัศนคตินั้นในการสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต สิ่งที่จะทำให้เด็กๆ ประสบความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การเป็นคนเก่ง หรือมีความรู้ทางการเงินมาก แต่อยู่ที่ทัศนคติด้านการเงินที่จะกำหนดพฤติกรรมของเด็กๆ ให้เป็นไป การมีทัศนคติเชิงบวก เราจะสามารถโอนถ่ายความรู้สึก พลังงาน และความกระตือรือร้นสู่การบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ เพียงคิดว่า “เราทำได้” การฝึกทัศนคติเชิงบวกนั้นมีความสำคัญต่อการบรรลุความเป้าหมาย

เมื่อถึงตอนนี้แล้ว ท่านผู้อ่านก็คงเกิดคำถามว่า “แล้วเราจะต้องทำอย่างไร เยาวชนเหล่านี้ จึงจะมีความรู้ พฤติกรรมและทัศนคติที่เกี่ยวข้องกับทักษะทางการเงินที่จำเป็นสำหรับอนาคต?” คำตอบก็คือ “สิ่งดีๆ เริ่มต้นที่บ้าน พัฒนาการดีๆ เริ่มต้นที่พ่อแม่‎” เพราะหลักสูตรในโรงเรียนไม่ได้สอน ดังนั้นผู้ปกครองจึงต้องมีเวลาให้เด็กมากขึ้น และคงต้องสอนความรู้ที่จำเป็นเบื้องต้นให้กับเด็ก เช่น ต้อง “คิดดี พูดดี และทำดีให้ลูกดู” โดยทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี ไม่หลงใหลไปกับการบริโภคและก่อหนี้จนเกินตัว แสดงให้ลูกเห็นถึงความมีวินัย ประหยัด อดออมและลงทุนให้ลูกได้มีส่วนร่วมเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการเงินในระดับครอบครัว ก็จะช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ในภาคปฏิบัติไป
โดยอัตโนมัติ

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน