
สปช.สายจังหวัดหนุนมท.จัดเลือกตั้งใช้กฎอัยการศึกคุม
สปช. เริ่มถกวางระบบเลือกตั้ง สปช.สายจังหวัด หนุนมหาดไทยจัดเลือกตั้ง ถ่วงดุล กกต. ชงอัยการศึกคุมเลือกตั้งแก้ซื้อเสียง
สปช. เริ่มถกวางระบบเลือกตั้ง สปช.สายจังหวัด หนุนมหาดไทยจัดเลือกตั้ง ถ่วงดุล กกต. ชงอัยการศึกคุมเลือกตั้งแก้ซื้อเสียง
เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกสปช.เรื่อง ระบบการเลือกตั้งที่สุจริตและเป็นธรรมในประเทศไทยจะเกิดขึ้นได้อย่างไร นายไพโรจน์ พรหมสาส์น สปช.กล่าวว่า ระบบเลือกตั้งที่ดีมีสิ่งที่ต้องเริ่มทำตั้งแต่การการทำทะเบียนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 10 ล้านคนไม่ให้มีคนตาย คนย้ายออกมาใช้สิทธิ มาจนถึงการตรวจสอบการลงคะแนน การนับคะแนนที่เห็นว่าควรเป็นการนับในหน่วยเลือกตั้งไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างขนย้ายหีบบัตรเลือกตั้ง อีกทั้ง จำเป็นต้องบ่มเพาะจิตสำนึกไม่ซื้อขายสิทธิ เพราะการซื้อขายเสียงปัจจุบันไม่ได้อยู่แค่คืนหมาหอน แต่มีการทำล่วงหน้าผ่านหลายช่องทางทั้งเครือข่ายแม่บ้าน สตรี ในท้องที่ พอถึงเวลาก็รู้ว่าจะต้องเลือกใคร พรรคใด ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงให้ได้
นายเดชฤทธิ์ ปัญจะมูล สปช.ปราจีนบุรี กล่าวว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาใครเป็นหัวคะแนนในหมู่บ้านชาวบ้านรู้กันหมดว่าใครจะนำเงินมาจ่าย ใครเรียกเก็บบัตรประชาชนมาลงพื้นที่ ชาวบ้านรู้กันหมดยกเว้นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ไม่รู้อยู่คนเดียว
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขณะนี้เห็นว่าการประกาศกฎอัยการศึกสำหรับการเลือกตั้งยังเป็นเรื่องจำเป็น และควรนำทหารจากต่างพื้นที่ไปควบคุมการเลือกตั้ง โดยสืบค้นหัวคะแนน ที่จะเป็นคนรับออเดอร์มาจากผู้สมัครพรรคการเมือง ทั้งนี้ เชื่อว่าในปีสองปีนี้ยังควรต้องใช้วิธีนี้ หลังจากที่ได้พัฒนาปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนจนเห็นผลมีความรับผิดชอบก็จะค่อยสู่ระบบปกติได้ อีกทั้งถ้าเอ่ยถึงนักการเมืองจะถูกมองว่าเลวร้าย หยาบคาย ควรเปลี่ยนคำว่านักการเมืองเป็นนักพัฒนาประชาธิปไตย
นายประชา เตรัตน์ สปช. ชลบุรี กล่าวว่า จากที่มีข่าวว่าจะให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้ง และ กกต. ทำท่าตื่นเต้นตกใจเหมือนหวงอำนาจ ไม่อยากให้มหาดไทยเป็นคนจัดนั้น จากประสบการณ์ที่กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งตัั้งแต่ 2475-2540 และไม่ได้จัดเพียงหน่วยงานเดียวแต่ร่วมกับทั้ง ตำรวจ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตร นั้นก็ทำได้ดีมาโดยตลอด และที่ให้มหาดไทยจัดเพราะการใช้อำนาจสั่งข้าราชการในจังหวัดเป็นอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ไม่ต้องการให้กกต.จัดการเลือกตั้ง เพราะต้องการให้เกิดการถ่วงดุล แยกฝ่ายจัดการเลือกตั้งกับฝ่ายสอบสวนไม่ให้เป็นฝ่ายเดียวกัน เพราะหากฝ่ายจัดการเลือกตั้งผิดพลาดจะกล้าจับผิดตัวเองได้อย่างไร ส่วนตัวเห็นว่า กกต.ควรจะมีอำนาจวินิจฉัยกึ่งใบแดงได้เลย แต่มีคนไม่เห็นด้วย ซึ่งการจัดการเลือกตั้งไม่ใช่คดีอาญา ไม่จำต้องให้ศาลไต่สวนจนสิ้นสงสัย หรือไม่ต้องรอใบเสร็จที่หากได้ยาก แต่ประชาชนอยู่ในพื้นที่รู้หมดว่าใครซื้อเสียง เท่าไหร่
นายประชา กล่าวว่า การที่ กกต.ออกมาเปรียบว่าให้กระทรวงมหาดไทยจัดเลือกตั้งเหมือนยื่นดาบให้โจรนั้น เข้าใจว่าคงไม่ตั้งใจจะหมายความว่าอย่างนั้น ซึ่งยอมรับว่าข้าราชการมีฝักใฝ่การเมืองจริง แต่ก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปออกแบบกฏกติกาว่าหากข้าราชการเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายการเมืองก็ต้องมีบทลงโทษกำหนดให้ชัดเจนเลย และให้อำนาจ กกต. ในช่วงหลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งหากข้าราชการคนไหนฝักใฝ่การเมืองหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมสามารถสั่งโยกย้ายได้เลย







