
ธกส.ปล่อยกู้ทายาทลูกค้าประวัติดี
ธ.ก.ส. ลุยจับกลุ่มทายาทรุ่น 2 เกษตรกรประวัติดี 2 แสนราย หวังปล่อยกู้อีก 2 หมื่นล้านบาท
ธ.ก.ส. ลุยจับกลุ่มทายาทรุ่น 2 เกษตรกรประวัติดี 2 แสนราย หวังปล่อยกู้อีก 2 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธ.ก.ส. ) ที่มีนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการครอบครัวผูกพันสร้างสรรค์เกษตรกรไทย โดยให้รับลูกหลานเข้าเป็นลูกค้าแทนลูกค้าที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีประวัติการชำระหนี้ดีเยี่ยม จำนวน 2 แสนราย วงเงินให้สินเชื่อ 2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558-31 มี.ค. 2560
ทั้งนี้ ได้กำหนดมาตรการจูงใจให้ลูกค้าและลูกหลานที่เข้าร่วมโครงการ โดยจัดสรรจำนวนดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตรา 10% ของดอกเบี้ยเงินกู้ที่ได้รับชำระจากลูกค้า คืนให้ลูกค้า (Rebate Credit) เพื่อใช้ในการสนับสนุนพัฒนาให้ความรู้ในการประกอบอาชีพของลูกหลาน และนำฝากในโครงการเงินฝากสวัสดิการต่างๆ ของ ธ.ก.ส. เช่น เงินฝากกองทุนทวีสุขเพื่อให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์ตามโครงการที่ ธ.ก.ส.กำหนดโดยได้รับการจัดสรรคืนตั้งแต่วันที่จัดหาลูกหลานเข้าทำกิจกรรมการเกษตรร่วม จนถึงวันที่ลูกหลานเข้าเป็นลูกค้าแทนเต็มรูปแบบ ระยะเวลาที่จะได้รับไม่เกิน 3 ปี
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธนาคารได้ออกสินเชื่อครอบครัวผูกพันสร้างสรรค์เกษตรกรไทย เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของทายาทเกษตรกรลูกค้าในการประกอบอาชีพการเกษตรให้ต่อเนื่อง และเข้าเป็นลูกค้าแทนลูกค้าเดิมที่มีอายุมาก โดยให้ทายาทเข้ามาเรียนรู้จากการทำการเกษตรจริง เมื่อทายาทมีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพและบรรลุนิติภาวะ สมัครใจที่จะเข้าเป็นลูกค้า ธ.ก.ส. ก็จะรับเข้าเป็นลูกค้าแทนลูกค้าเดิม โดยจะได้รับสิทธิพิเศษ คือจะได้รับดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับลูกค้าเดิม (ต่ำสุด 7% ต่อปี) และธนาคารจะจัดอบรมเพิ่มพูนความรู้ด้านการประกอบอาชีพเพิ่มเติมให้กับทายาท และคืนให้เป็นสวัสดิการแก่ลูกค้าเมื่อเกษียณตนเองจากลูกค้าธนาคาร
สำหรับยุทธศาสตร์การดำเนินงานระยะ 5 ปีของ ธ.ก.ส. (ปีบัญชี 2557-2561) มี 6 เรื่อง ได้แก่ การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนภาคชนบท โดยพัฒนาชุมชนต้นแบบตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสนับสนุนให้รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อการขยายโอกาส สร้างรายได้ ลดต้นทุนและการเพิ่มขีดความสามารถภาคเกษตรรองรับเออีซี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรโดยเน้น 9 ผลิตผล ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ลำไย โคเนื้อ กาแฟ โดยใช้ขบวนการสหกรณ์เป็นกลไกหลัก การพัฒนาบริการทางการเงินครบวงจร มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินภาคชนบทโดย การบริหารเงินทุนให้สมดุลและเพียงพอ พัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรรองรับเออีซี และ ยกระดับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม







