posttoday
มาร์คสั่งคลังเจรจาซื้อไทยคมคืน

มาร์คสั่งคลังเจรจาซื้อไทยคมคืน

14 มิถุนายน 2553

นายกฯมอบหมายคลัง-ไอซีทีเจรจาซื้อดาวเทียมไทยคมคืนจากเทมาเซค เผยอาจให้อสมท.-กสท.เข้าไปซื้อหรือตั้งกอทุนเข้าไปถือหุ้น คาดใช้เงินไม่เกิน 1,000ล้านบาท

นายกฯมอบหมายคลัง-ไอซีทีเจรจาซื้อดาวเทียมไทยคมคืนจากเทมาเซค เผยอาจให้อสมท.-กสท.เข้าไปซื้อหรือตั้งกอทุนเข้าไปถือหุ้น คาดใช้เงินไม่เกิน 1,000ล้านบาท

นายศิริโชค โสภา ในฐานะเลขานุการส่วนตัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ศึกษาแนวทางซื้อหุ้น บริษัทไทยคม คืนจากกลุ่มเทมาเซค สิงคโปร์ เนื่องจากเห็นว่าดาวเทียมไทยคมเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ และความจริงควร เป็นของคนไทย ซึ่งรัฐบาลต้องการเอาดาวเทียมไทยคมกลับมาเป็นของคนไทย โดยขณะนี้รัฐบาลส่งตัวแทนคุยกับเทมาเซคแล้ว ซึ่งทางเทมาเส็คก็พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอจากรัฐบาลไทย

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นการซื้อหุ้นคืนนั้นอาจะเป็นไปได้ 2 แนวทาง ได้แก่ การให้รัฐวิสาหกิจที่มีความพร้อมและมีความสนใจเข้าไปซื้อ เช่น บริษัท อสมท. และ กสท.โทรคมนาคม(กสท.) และแนวทางที่ 2 คือ ให้คนไทยมีส่วนร่วมในการระดมเงินซื้อดาวเทียมไทยคมกลับมาเป็นของคนไทย ซึ่งอาจจะเป็นการตั้งกองทุนไทยคมและให้คนไทยเข้าไปถือหุ้น

นายศิริโชค กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันไทยคมทำธุรกิจ 2 ส่วน ได้แก่ ธุรกิจโทรคมนาคมเกี่ยวกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธุรกิจดาวเทียม โดยสิ่งที่รัฐบาลไทยสนใจ คือ ดาวเทียม เพราะเกี่ยวกับเรื่องของความมั่นคง ดังนั้นหากจะซื้อเฉพาะดาวเทียม คาดว่าจะใช้เงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท แต่ขณะเดียวกันก็ต้องดูด้วยว่าทางเทมาเซคยินดีจะขายให้เฉพาะดาวเทียม หรือจะขายให้ทั้งบริษัท รวมทั้งขึ้นอยู่กับรายละเอียดข้อเสนอจากทางรัฐบาลไทยด้วย

ด้าน นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวยอมรับว่า รัฐบาลมีแนวคิดที่จะดึงดาวเทียมไทยคมที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้สัมปทาน บริษัทไทยคมมาเป็นของรัฐ ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่หลายแนวทาง โดยแนวทางที่จะขอซื้อหุ้นไทยคมจากกลุ่มเทมาเซค เป็นเพียงหนึ่งในแนวทางที่กำลังพิจารณา

จุติขีดเส้นสางมือถือ-ดาวเทียมใน 21 วัน

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ภายใน 21 วันนับจากนี้ จะต้องได้ข้อสรุปและแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับสัญญาสัมปทานดาวเทียม และ โทรศัพท์มือถือ หลังรายงานการสอบสวนข้อเท็จจริงอันเป็นผลมาจากคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 4.6 หมื่นล้านบาท ซึ่ง เห็นว่าสร้างมูลค่าความเสียหายให้กับหน่วยงานในสังกัดและกระทรวงไอซีทีจริง

ทั้งนี้ ได้ให้ทั้งทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้โดยตรงรายงานแนวทางการดำเนินการที่ถูกต้องทั้งหมดให้เสร็จภายใน 14  วัน หลังจากนั้นไอซีทีจะดำเนินการต่อโดยเฉพาะการเร่งกระบวนการคณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 หรือ พ.ร.บ. ร่วมทุน รวมถึงการเจรจากับทางกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของทีโอที และ กสทฯ ด้วย

“ทางไอซีทีต้องเตรียมข้อมูลทางคดีให้รัดกุมมากที่สุด เพราะเป็นคดีที่ต้องสู้กันในศาลอย่างมหากาพย์  ซึ่งต้องสู้ทั้งหมด 3 ศาลแน่นอน   เพราะเอกชนต้องซื้อเวลาไว้ก่อน ด้วยหวังว่าพอพ้นรัฐบาลนี้อาจจะหลุดก็ได้”

นายจุติ กล่าวว่า  การดำเนินการเรื่องสัญญาดาวเทียมและมือถือ ครั้งนี้ จะรวมถึงแนวทางการซื้อคืน บริษัท ไทยคม ผู้ให้บริการดาวเทียมไทยคมและไอพีสตาร์ ตามนโยบายของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ด้วย ซึ่งในฐานะคนไทยคนไทยคนหนึ่งอยากได้หุ้นไทยคมคืนอยู่แล้ว เนื่องจากทั้งหมดเป็นสมบัติของประเทศ โดยเฉพาะวงโคจรดาวเทียม  ซึ่งผู้ที่ขายหุ้นในสมัยนั้นไม่ควรขายตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการแก้ไขสัญญาสัมปทานทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของความรอบคอบและปราศจากอคติ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาของกลุ่มทุนฝ่ายไหน เพราะจุดประสงค์สำคัญ คือ ต้องการแก้ไขสิ่งที่เคยผิดให้ถูกต้อง และทำให้เกิดความเท่าเทียมกันให้มากที่สุด

ไทยคมแนะรัฐไตร่ตรองให้ดีเพราะบริษัทมีสถานภาพเป็นไทย

นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร ไทยคม กล่าวว่า บริษัทไทยคมเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ หากรัฐบาลต้องการซื้อหุ้นคืนก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้อยู่แล้ว แต่ต้องแน่ใจว่ารัฐบาลเข้าใจถูกต้องจริงๆ เพราะทุกวันนี้ไทยคมมีสถานภาพเป็นไทย การดำเนินการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการยิงดาวเทียม สิทธิ์ครอบครองวงโคจรดาวเทียมก็ทำในนามของรัฐบาลไทยทั้งสิ้น

“ที่ไทยคมทำทุกอย่างก็เป็นไปตามกฎระเบียบทั้งหมด  ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลกำลังพยายามทำอยู่นั้น อาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจอะไรบางอย่างก็ได้ จึงอยากให้ไตร่ตรองดูให้ดีๆ ก่อนจะตัดสินใจ” นายอารักษ์กล่าว

กรณ์ยอมรับบินคุยเทมาเส็ก

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า เรื่องการเจรจาซื้อหุ้นกันหรือไม่ นั้น ไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากไม่เหมาะสม เพราะทั้ง บริษัท ชินคอร์ป และบริษัท ไทยคม เป็นบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์

"ผมยอมรับว่าผมเดินทางไปพบกับเทมาเส็กจริง ในช่วงหลังมีการบุกสถานีดาว เทียมไทยคมที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี  แล้วผมก็ออกค่าตั๋วเองด้วย แต่ผมขอไม่พูดเรื่องนี้ ยิ่งในแง่ความมั่นคงของชาติ ยิ่งไม่ควรพูดอะไรใหญ่เลย" นายกรณ์ กล่าว

รมว.คลัง กล่าวว่า การเดินทางไปพบเทมาเส็กดังกล่าว เนื่องจากเทมาเส็กถือว่าเป็นหน่วยงานสำคัญของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทยในอาเซียน ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่สถานีไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงไป พูดคุยแลกเปลี่ยนกันแต่ขณะนี้ยังไม่มีการหารือเรื่องนี้กับ รมว.ไอซีที

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค