
ดาวหางเลิฟจอย
เลิฟจอยอาจเป็นชื่อที่คุ้นหูคุ้นตาไปแล้วสำหรับผู้ที่สนใจดาวหาง เนื่องจากมีดาวหาง 5 ดวง ที่ใช้ชื่อนี้ ตั้งตามชื่อสกุลของ เทอร์รี เลิฟจอย
เลิฟจอยอาจเป็นชื่อที่คุ้นหูคุ้นตาไปแล้วสำหรับผู้ที่สนใจดาวหาง เนื่องจากมีดาวหาง 5 ดวง ที่ใช้ชื่อนี้ ตั้งตามชื่อสกุลของ เทอร์รี เลิฟจอย (Terry Lovejoy) นักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวออสเตรเลีย เขาค้นพบดาวหางดวงนี้ ซึ่งนับเป็นดวงที่ 5 เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2557 ในภาพถ่ายซีซีดีซึ่งบันทึกผ่านกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงขนาด 20 เซนติเมตร
ดาวหางดวงนี้มีชื่อในบัญชีดาวหางว่า ซี/2014 คิว 2 (C/2014 Q2) ซึ่งบ่งบอกว่าเป็นดาวหางคาบยาว (มีคาบการโคจรมากกว่า 200 ปี) ระบุปีคริสต์ศักราชที่ค้นพบ และลำดับการค้นพบในปีนั้น ขณะค้นพบดาวหางอยู่ในกลุ่มดาวท้ายเรือในซีกฟ้าใต้ สว่างที่โชติมาตร 15 จางกว่าที่ตาเปล่าของมนุษย์จะเห็นได้ราว 2,500 เท่า (โชติมาตรเป็นตัวเลขที่ใช้บอกความสว่างของวัตถุท้องฟ้า ตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งสว่าง ดาวจางที่สุดที่ตาเปล่าของเราจะเห็นได้ภายใต้ท้องฟ้ามืดมีโชติมาตร 6.5)
ดาวหางเลิฟจอยที่ค้นพบล่าสุดนี้จะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 30 ม.ค. 2558 ที่ระยะห่าง 1.29 หน่วยดาราศาสตร์ (193 ล้านกิโลเมตร) จุดนั้นอยู่ระหว่างวงโคจรของโลกกับดาวอังคารดาวหางอยู่ในตำแหน่งที่ดีสำหรับการสังเกตการณ์จากโลกดาวหางเลิฟจอยเข้าใกล้โลกที่สุดเมื่อวันที่ 7 ม.ค. อยู่ห่างโลกประมาณ 0.469 หน่วยดาราศาสตร์ (70 ล้านกิโลเมตร) แต่คาดว่ายังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดาวหางสว่างที่สุด
ข้อมูลในช่วงแรกหลังค้นพบแสดงว่าปลายปี 2557 ถึงต้นปี 2558ดาวหางเลิฟจอยจะสว่างที่สุดราวโชติมาตร 8 ซึ่งไม่ถึงกับเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ในเดือน พ.ย. ถึงต้นเดือน ธ.ค. 2557 ดาวหางมีความสว่างเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ คาดว่าจะสว่างที่สุดราวโชติมาตร 4 ในเดือน ม.ค. 2558 ซึ่งหากทราบตำแหน่งที่แน่นอน และสังเกตจากสถานที่ซึ่งท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีแสงจันทร์และแสงไฟรบกวน สามารถเห็นได้ง่ายด้วยกล้องสองตา และพอจะเห็นได้จางๆ ด้วยตาเปล่า
ผลการพยากรณ์ความสว่างของดาวหางเลิฟจอยล่าสุดแสดงว่าดาวหางจะสว่างที่สุดในสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า เคลื่อนผ่านบริเวณกลุ่มดาววัวและกลุ่มดาวแกะ ห่างกระจุกดาวลูกไก่ไม่มากนัก อยู่สูงบนท้องฟ้าให้เห็นได้ตั้งแต่ท้องฟ้าเริ่มมืดสนิทหลังหัวค่ำไปจนถึงราวตี 1 และก่อนดวงจันทร์ขึ้นของแต่ละคืน โดยคืนวันที่ 11 ม.ค. ดวงจันทร์ขึ้นเวลา 5 ทุ่ม และขึ้นช้าลงราววันละ 50 นาที การสังเกตจึงควรทำก่อนดวงจันทร์ขึ้น
การสังเกตการณ์ที่ผ่านมา พบว่าหางของดาวหางเลิฟจอยจางกว่าหัวมาก เนื่องจากเป็นหางแก๊ส หากเป็นหางฝุ่นซึ่งสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ดี ดาวหางจะสว่างกว่านี้ ซึ่งสาเหตุที่แทบไม่เห็นห่างฝุ่นเลยอาจเป็นเพราะดาวหางอยู่ค่อนข้างไกลจากดวงอาทิตย์ ทำให้ผลิตฝุ่นได้น้อย หางแก๊สปรากฏชัดเฉพาะในภาพถ่ายที่เปิดรับแสงเป็นเวลานาน
การสังเกตดาวหางให้ดีที่สุดต้องสังเกตจากสถานที่แถบชานเมือง หรือห่างไกลจากเมืองใหญ่ และควรใช้กล้องสองตา รู้จักกลุ่มดาว และทราบตำแหน่งที่แน่นอนของดาวหางโดยดูจากแผนที่ ใช้ดาวสว่างในกลุ่มดาววัว (ไทยเรียกว่าดาวธง เนื่องจากมีดาวเรียงกันเป็นธงสามเหลี่ยม) และกระจุกดาวลูกไก่ เป็นจุดเริ่มต้น แล้วเทียบตำแหน่งดาวหางกับดาวเหล่านี้ สังเกตว่าหัวดาวหางมีลักษณะเป็นดวงฝ้ามัวทรงกลม ใจกลางสว่าง ไม่เป็นจุดอย่างดาวฤกษ์ ภาพถ่ายแสดงว่าดาวหางมีสีเขียว ซึ่งเกิดจากไซยาโนเจนและคาร์บอน 2 อะตอม
หลังจากปลายเดือน ม.ค. 2558 เป็นต้นไป ความสว่างของดาวหางเลิฟจอยควรจะลดลง แต่ยังสังเกตเห็นได้ในกล้องสองตาต่อไปอีกระยะหนึ่ง ก่อนจะจางลงจนต้องอาศัยกล้องโทรทรรศน์เท่านั้น ดาวหางเลิฟจอยมีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรีที่มีความรีสูง วงโคจรที่คำนวณได้แสดงว่าดาวหางดวงนี้อาจเคยเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มาแล้วเมื่อราว 11,500 ปีก่อน และหลังจากปีนี้อาจกลับมาอีกครั้งในอีกราว 8,000 ปี







