posttoday
วิเคราะห์กฎหมายทวงหนี้ฉบับใหม่ซึ่งจะบังคับใช้เร็วๆ นี้

วิเคราะห์กฎหมายทวงหนี้ฉบับใหม่ซึ่งจะบังคับใช้เร็วๆ นี้

08 มกราคม 2558

มีประชาชนเจ้าหนี้ลูกหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบสอบถามมาเกี่ยวกับกฎหมายทวงหนี้ฉบับใหม่มีสาระสำคัญอะไร ผมในฐานะวิทยากรฝึกอบรมนักทวงหนี้ของสถาบันการเงินขอสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

มีประชาชนเจ้าหนี้ลูกหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบสอบถามมาเกี่ยวกับกฎหมายทวงหนี้ฉบับใหม่มีสาระสำคัญอะไร ผมในฐานะวิทยากรฝึกอบรมนักทวงหนี้ของสถาบันการเงินขอสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. ผู้ให้สินเชื่อ หมายถึง เจ้าหนี้ทั้งในระบบและนอก ระบบรวมทั้งเจ้าหนี้การพนันและผู้รับมอบอำนาจที่ต้องอยู่ภายในบังคับของกฎหมายทวงหนี้ฉบับนี้ (มาตรา 3)

2. ลูกหนี้ หมายถึง บุคคลธรรมดาเท่านั้นและผู้ค้ำประกันด้วยที่เป็นบุคคลธรรมดา (มาตรา 3)

3. บุคคลที่จะทำธุรกิจเปิดบริษัทรับจ้างทวงหนี้จะต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียน (มาตรา 5)

4. ทนายความถ้าจะประกอบธุรกิจทวงหนี้จะต้องขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ (มาตรา 5/1)

5. ข้อห้ามในการทวงหนี้ห้ามทวงหนี้กับบุคคลอื่น เว้นแต่บุคคลซึ่งลูกหนี้แจ้งระบุไว้ให้กับเจ้าหนี้เท่านั้น (มาตรา 6 วรรคแรก)

6. การติดต่อกับบุคคลอื่นทำได้แค่สอบถามหรือยืนยันเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อ ลูกหนี้หรือบุคคลที่ลูกหนี้ได้ระบุไว้ให้ทวงถามหนี้ได้เท่านั้น (มาตรา 6 วรรคสอง)

7. ข้อควรปฏิบัติในการสอบถามข้อมูลจากบุคคลอื่นเพื่อหาที่อยู่หรือหาตัวลูกหนี้ต้องปฏิบัติ ดังนี้

- แจ้งชื่อจริงนามสกุลจริงและแสดงเจตนาว่าต้องการสอบถามข้อมูล

- ห้ามแจ้งถึงความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้กับบุคคลอื่น เว้นแต่สามีภรรยาบุพการีผู้สืบสันดานของลูกหนี้

- ซองจดหมายต้องไม่มีข้อความหรือสัญลักษณ์ใดๆ ทำให้เข้าใจว่าเป็นจดหมายทวงหนี้

- ห้ามทำให้เข้าใจผิดหรืออำพรางตัวเองเพื่อหลอกล่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงหนี้

8. ข้อควรปฏิบัติในการทวงหนี้กับลูกหนี้ (มาตรา 7)

- สถานที่ติดต่อให้ติดต่อได้เฉพาะที่อยู่ที่ลูกหนี้แจ้งไว้เท่านั้น ถ้าติดต่อไม่ได้และได้พยายามติดต่อแล้ว ให้ติดต่อสถานที่อื่นได้

- เวลาในการติดต่อจันทร์-ศุกร์ 08.00-20.00 น. วันหยุดราชการ 08.00-18.00 น.

- จำนวนครั้งในการทวงถามหนี้ต้องเหมาะสม

- การทวงถามหนี้ภาคสนาม (ทวงถามหนี้ต่อหน้า) ต้องแสดงหลักฐานการมอบอำนาจให้ทวงหนี้

- การขอรับชำระหนี้เมื่อลูกหนี้ชำระหนี้ต้องออกหลักฐานการชำระหนี้

9. ข้อห้ามในการทวงหนี้

- ข่มขู่

- ดูหมิ่น

- เปิดเผยหรือประจานลูกหนี้

- ทวงหนี้โดยเอกสารเปิดผนึก

-  ซองจดหมายทวงหนี้ต้องไม่มีลักษณะเป็นการประจานลูกหนี้

- ไม่ใช่วิธีการที่ไม่เหมาะสมอื่น นอกเหนือจากข้างต้น

-  ไม่ใช้ข้อความเท็จหรือทำให้เกิดความเข้าใจผิด เช่น แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทนาย ทำให้เชื่อว่าจะถูกยึดเงินเดือน หรืออ้างบริษัทข้อมูลเครดิต

- ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับการทวงหนี้ (มาตรา 11 (1))

10. การกระทำที่ไม่เป็นธรรมหรือเอารัดเอาเปรียบลูกหนี้ (มาตรา 11)

-  เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเกินกว่าที่คณะกรรมการกำหนด เสนอหรือจูงใจให้ออกเช็คทั้งที่รู้ว่าลูกหนี้ไม่อยู่ในฐานะที่จะชำระหนี้ได้

11. บทลงโทษทางปกครอง (มาตรา 24)

- สั่งให้ระงับหรือปฏิบัติให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด

- ถ้าไม่ปฏิบัติปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

12. บริษัททวงหนี้ถ้าฝ่าฝืนกฎหมายคณะกรรมการมีอำนาจเพิกถอนการจดทะเบียนได้ (มาตรา 27)

13. โทษทางอาญามีโทษจำคุก ตั้งแต่ 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จนถึงไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 29 ถึง มาตรา 32/1) ข้อดีข้อเสียของกฎหมายทวงหนี้ฉบับใหม่

1. ในส่วนของเจ้าหนี้

-   ต้องปรับปรุงกระบวนการทวงหนี้ใหม่ทั้งหมด หากยังทำเหมือนเดิมคงต้องติดคุกกันหมด เพราะกฎหมายมีกฎกติกา รายละเอียดมากมาย

-   การทวงหนี้ต้องมีมารยาทมากขึ้น ต้องใช้การเจรจาพูดจาภาษาดอกไม้เน้นการสร้างแรงจูงใจมากกว่าการข่มขู่

-   ต้องมีการฝึกอบรมนักทวงหนี้ให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายฉบับใหม่ เพราะมีบทลงโทษที่รุนแรง รวมทั้งเจ้าหนี้หรือผู้บริหารอาจต้องรับผิดร่วมด้วย

- การทวงหนี้มีความยุ่งยากมากขึ้นเนื่องจากกดดันลูกหนี้ได้ไม่มากนัก ทำให้โอกาสได้รับชำระหนี้คืนน้อยลง เจ้าหนี้หรือสถาบันการเงินจะหันไปฟ้องศาลแทน ส่งผลให้พนักงานทวงหนี้อาจตกงาน

2. ในส่วนของลูกหนี้

-  ไม่ถูกข่มขู่ กดดันมากเกินควร

- ไม่มีการประจานลูกหนี้ต่อไป

- มีโอกาสในการเจรจาหนี้มากขึ้น

- ลูกหนี้นอกระบบจะไม่ถูกทำร้ายร่างกายเหมือนในปัจจุบัน เพราะคนทวงหนี้ต้องขึ้นทะเบียนเปิดเผยตัวมากขึ้น ทำให้ง่ายต่อการดำเนินคดี

- การขอสินเชื่อในระบบยากขึ้น เนื่องจากสถาบันการเงินต้องพิจารณากระบวนการปล่อยสินเชื่อใหม่ จะเลือกปล่อยสินเชื่อเฉพาะลูกหนี้ที่มีฐานะทางการเงินดี ประวัติดีเท่านั้น โอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อของลูกหนี้จึงมีน้อยลง

- ลูกหนี้ที่ไม่สุจริตอาจอาศัยกฎหมายฉบับใหม่เป็นช่องทางในการเบี้ยวหนี้

- ลูกหนี้จะถูกดำเนินคดีในชั้นศาลมากขึ้น เนื่องจากสถาบันการเงินจะหันไปใช้วิธีการฟ้องศาลแทน

- ในส่วนของศาลก็คงจะต้องมีการตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาเพื่อชะลอการฟ้อง เช่น การไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทก่อนฟ้อง เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก