
วัดใจถอดถอนยิ่งลักษณ์ ทักษิณรอแตกหักคสช.
เข้าสู่โหมดวัดใจสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กับการถอดถอน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ว่ากันว่าอาจเป็นจุดแตกหักทางการเมือง
เข้าสู่โหมดวัดใจสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กับการถอดถอน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ว่ากันว่าอาจเป็นจุดแตกหักทางการเมือง
ต้นตอเรื่องนี้มาจากความผิดฐานปล่อยปละให้เกิดความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ชี้มูลความผิดไปแล้ว เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ สนช.ที่นัดแถลงเปิดคดีในวันที่ 9 ม.ค.นี้ และคาดว่าจะลงมติได้ในช่วงต้นเดือน ก.พ.
ระยะเวลา 1 เดือนนับจากนี้ จึงเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่พร้อมจะปะทุไปสู่ความรุนแรง โดยเฉพาะหาก สนช.มีมติถอดถอนยิ่งลักษณ์พ้นตำแหน่ง
ต้องยอมรับว่า ยิ่งลักษณ์ถือเป็นเสาหลักขั้วอำนาจเก่าที่ยึดโยงทั้งเพื่อไทย แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ไปจนถึงแฟนคลับของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย จนโกยเสียงท่วมท้นในการเลือกตั้งที่ผ่านมา
แม้การถูกคณะรัฐประหารยึดอำนาจจะสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้บรรดาผู้สนับสนุนขั้วอำนาจเก่าอยู่ไม่น้อย แต่ด้วยอำนาจ รัฏฐาธิปัตย์และกฎอัยการศึกทำให้ต้องก้มหน้าเก็บเนื้อเก็บตัวรอวันเลือกตั้งครั้งต่อไป
ทว่าการถอดถอนรอบนี้กลับถูกมองว่าเป็นปฏิบัติการขุดรากถอนโคนบีบยิ่งลักษณ์ให้พ้นถนนการเมือง
ด้วยเหตุผลจากรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ซึ่งเป็นต้นเรื่องของการถอดถอน ได้ถูกคสช.ฉีกทิ้งไปแล้วหลังรัฐประหาร กระบวนการหลังจากนั้นต้องไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้ และเป็นหนึ่งในประเด็นที่ทีมทนายยิ่งลักษณ์หยิบมาต่อสู้ทางคดี สอดรับกับเสียง สนช.บางส่วนที่เห็นด้วยกับประเด็นนี้
แต่ทว่า สนช.จำนวนไม่น้อย ส่งสัญญาณเตรียมลุยถอดถอนยิ่งลักษณ์ เพราะกลไกยังเดินหน้าต่อไปได้ตาม พ.ร.บ.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และ สนช.มีอำนาจถอดถอนได้ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว
นี่จึงนำมาสู่ความเป็นห่วงว่าการถอดถอนรอบนี้อาจปลุกความขัดแย้งที่เริ่มคลี่คลายให้หวนกลับคืนมาสู่สังคมอีกรอบ ที่สำคัญอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิรูปและการร่างรัฐธรรมนูญที่ดำเนินการในเวลานี้
เมื่อ “ยิ่งลักษณ์” ถือเป็น “โคลนนิ่ง” ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ปลุกปั้นมากับมือ จนก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้แบบไม่ยากเย็น
การปล่อยให้ยิ่งลักษณ์ต้องเผชิญกับวิบากกรรมตลอด 2 ปีกว่าในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถือเป็นเรื่่องที่ต้องจำใจแล้ว หากยังต้องถูกดำเนินคดีมีชนักปักหลังย่อมเป็นเรื่องยากที่พี่ชายจะยอมรับได้
ยิ่งคดีนี้ถือเป็นคดีที่สืบเนื่องจากนโยบายหาเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย หากมีปัญหาพัวพันทั้งในแง่ความเสียหายทางเศรษฐกิจ หรือโยงไปถึงการทุจริต ย่อมจะเป็นตราบาปที่สร้างความเสียอย่างรุนแรงต่อพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะกับการเลือกตั้งในอนาคต
ดังนั้น หากผลสุดท้าย สนช.ตัดสินใจถอดถอนยิ่งลักษณ์ คงยากที่จะทำใจปล่อยผ่านเป็นฝ่ายรอรับผลกรรมที่จะเกิดขึ้นแต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะเวลานี้เริ่มมีสัญญาณเตรียมหยิบยกประเด็นการถูกกลั่นแกล้งจนไม่ได้รับความเป็นธรรมออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร ที่จะสามารถเรียกทั้งคะแนนนิยมเดิมและคะแนนสงสารอย่าง
มีพลัง
ไม่แปลกในช่วงที่ผ่านมา ท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะสงบนิ่งเป็นพิเศษ เพราะด้านหนึ่งเริ่มมีกระแสพูดถึงการเกี้ยเซี้ยในคดีด้วยเหตุผลเรื่องความสมานฉันท์ปรองดอง
ยิ่งกว่านั้น ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกำชับพลพรรคทั้งเพื่อไทยและเสื้อแดงอย่าไปขัดขวางการทำงานของรัฐบาล คสช. เพราะรู้อยู่แล้วว่าปัญหาข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย หากไปขวางอาจถูกโบ้ยความผิดได้
เกมวัดใจ สนช.ครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเสี่ยงที่จะนำไปสู่การแตกหัก
แม้สุดท้ายหากประเมินสถานการณ์แล้วคงเป็นเรื่องยากที่ สนช. 3 ใน 5 หรือ 132 เสียงจาก 220 เสียง จะลงมติถอดถอนยิ่งลักษณ์ทั้งในแง่สถานการณ์ที่อาจบานปลายไปสู่ความรุนแรง และยังอาจถูกไล่เช็กบิลต่อไปในอนาคต สนช.หลายคนที่กระโดดสู่สนามการเมืองแบบชั่วครั้งชั่วคราวคงไม่อยากไปเสี่ยง
หากเทียบเคียงกับการลงมติของ สนช.ก่อนหน้านี้ ในประเด็นว่าจะรับเรื่องถอดถอนไว้พิจารณาหรือไม่ คะแนนเสียงครั้งนั้นยังออกมาสูสี 87 และ 75 เสียง
ส่วนที่จะหวังการถอดถอนที่ต้องใช้เสียงถึง 132 เสียง ยังต้องการอย่างน้อยอีก 45 เสียง แม้จะไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย







