posttoday
เปิดใจ 'ผู้หญิงแนวหน้า ' กว่าจะเป็นตำรวจปราบจลาจล

เปิดใจ 'ผู้หญิงแนวหน้า ' กว่าจะเป็นตำรวจปราบจลาจล

14 มิถุนายน 2553

8...อิทธิกร เถกิงมหาโชค

 

10 มิ.ย. 2553 คือวันแรกที่เหล่าสาวๆ ทั้ง 95 คน ที่ได้บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ “ปราบจลาจลหญิง” หรือ ปจ.หญิง สังกัดกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) และถือเป็นรุ่นที่ 2 ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่จะก้าวมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับ ปจ.ชาย ในสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองใน กทม.

นอกจากภาระหน้าที่ใหม่ที่สาวๆ ต้องเรียนรู้กับงานควบคุมฝูงชนแล้ว ยังต้องแบกความคาดหวังของสังคมที่มีต่อ ปจ.หญิง ว่า จะลดภาพความดุดันในการรักษาความปลอดภัยการชุมนุมต่างๆ ได้แค่ไหนกัน

“ดอกไม้เหล็ก” กลุ่มนี้รู้ดีว่าอนาคตและวิถีชีวิตพวกเธอจะต้องเปลี่ยนแปลงไป หลังทิ้งยูนิฟอร์มสาวออฟฟิศมาสวมชุดสีกากีคอพับ สลับกับใส่ชุดเวบสีน้ำเงินเข้มติดตรา “อุณาโลม” ที่แขนเสื้อ 2 ข้าง ยืนฝึกใช้โล่ กระบอง พร้อมยืนเรียงแถวประจันหน้ากับผู้ชุมนุม

นั่นหมายถึงทั้งชีวิตและจิตใจได้หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของตำรวจ 191 สมบูรณ์แบบ

กมลรัตน์ รัตนดี หรือ อุ๋ย สาวร่างสูงวัย 24 ปี ที่สลัดเครื่องแบบครูธุรการโรงเรียนเอกชน ใช้วุฒิด้านบัญชี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มาสอบตำรวจ และก็สร้างฝันได้สำเร็จ แม้จะมาสอบครั้งที่ 2 ก็ตาม

อุ๋ย ตั้งใจและเตรียมพร้อมเต็มที่ มั่นใจว่าทำได้ ทั้งคุณแม่ที่เป็นครู และ ร.ต.อ.พร้อมศักดิ์ รัตนดี รองสารวัตรจราจร สน.โคกคราม ในฐานะพี่ชาย ต่างปลื้มในตัวน้องสาวคนนี้ กมลรัตน์ ยอมรับว่าเหตุที่หันเหมาสวมเครื่องแบบ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะแรงผลักดันจากทางบ้าน แต่เธอเองก็ชอบ “เครื่องแบบ” เป็นทุนอยู่แล้ว ยิ่งมียศนำหน้าก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจ คิดว่าเดินถูกทางแล้วที่หันมารับราชการ ไม่ต้องกลัวตกงาน

แน่นอนที่สุด หลังสั่งสมประสบการณ์จะสอบเลื่อนชั้นเป็นตำรวจ “สัญญาบัตร” ติดดาวให้คนทางบ้านได้ปลื้มกันอีกครั้ง

“อุ๋ยอยากเป็นนายพลหญิงนะ ถ้าไม่ฝันสูงเกินไปก็อยากก้าวไปให้ถึง ผบ.ตร.หญิงคนแรกเลยก็ได้ แต่ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุดก่อน” สิ่งนี้คือฝันสูงสุดของผู้หมู่อุ๋ยจากเมืองสารคาม

ข้อมูลฝ่ายกำลังพล บช.น. ระบุว่า สาวๆ ทั้ง 95 คน จะแยกไปอยู่กองกำกับการอารักขา 1 จำนวน 69 นาย ที่เหลือ 26 นาย ไปอยู่กองกำกับการอารักขา 2 และต้องฝึกปรับสภาพการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อีก 6 เดือน ก่อนจะปฏิบัติหน้าที่จริง...

ค่าตอบแทน ปจ.หญิง สมน้ำสมเนื้อพอสมควรในอัตรา 12,390 บาท แยกเป็นเงินเดือน 7,890 บาท รวมกับค่าครองชีพชั่วคราว 1,500 บาท แต่จะมีเงินเพิ่มประจำตำแหน่งอีก 3,500 บาท เมื่อลงประจำกองกำกับฯ เรียบร้อยแล้ว

ยังไม่รวมค่าสิทธิรักษาพยาบาลทั้งของตนเองและครอบครัวที่เบิกได้ตลอดอายุราชการ

นวลฉวี ศรีบาง หรือ ฟาง สาวร่างเล็กจากพระนครศรีอยุธยา วัย 23 ปี บอกว่า คุณพ่อเป็นตำรวจอยู่ที่ สภ.บางปะอิน จึงซึมซับความเป็นตำรวจมาตั้งแต่เด็ก ใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจมานานแล้ว พอเปิดสอบตำรวจ ปจ.หญิง จึงสมัครสอบอีกเป็นครั้งที่ 2 ก็ได้เป็นตำรวจสมใจ

“อยากจะบอกกับประชาชนว่า ตำรวจไม่ได้เห็นประชาชนเป็นศัตรู ทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน มีอะไรน่าจะคุยกันทำความเข้าใจ เพียงแต่ความคิดต่างกันเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องโกรธเกลียดกัน ตำรวจมีหน้าที่ควบคุมไม่ให้เรื่องบานปลาย” นวลฉวี ระบุ

ผู้บังคับบัญชาเองก็เข้าใจในเรื่องนี้ดี พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบก.อคฝ. กล่าวว่า ปจ.หญิง จะได้รับการฝึกปรับสภาพให้เป็นตำรวจเสียก่อน 6 เดือน หลังจากนี้ต้องผ่านการอบรมหลักสูตร “ชัยยะ” คือการดำรงชีพในสถานการณ์ลำบาก ต้องรู้ยุทธวิธีรบในเมือง รวมทั้งการอารักขาบุคคลสำคัญ และการควบคุมฝูงชน เพื่อเตรียมปฏิบัติหน้าที่นี้โดยตรง เชื่อว่ากำลังพลพวกเธอสามารถทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้ผู้ชาย

ผู้การฯ ภัคพงศ์ กล่าวว่า ผู้ชุมนุมกลุ่มต่างๆ มักใช้ยุทธวิธีให้คนแก่ เด็ก และผู้หญิงเป็นโล่มนุษย์ หากใช้ตำรวจ ปจ.ชาย ปะทะคงเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ตำรวจ ปจ.หญิง จึงเหมาะสมที่สุดกับงานนี้ และต้องยอมรับว่า ปจ.หญิง มีความอดทนมาก หากเป็นผู้หญิงอื่นก็คงถอดใจไปแล้ว

“เรื่องของความสวยงาม ชีวิตความเป็นอยู่ไม่ต้องพูดถึง เวลาปฏิบัติหน้าที่ไม่มีเวลาสนใจ มีแค่ถุงนอนก็นอนได้แล้ว บนพื้นถนนก็นอนได้ รู้หน้าที่ มีวินัย เพราะต้องถูกฝึกมาหนักไม่ต่างกับ ปจ.ชาย ซึ่งทุกคนพยายามทำดีที่สุด” พล.ต.ต.ภัคพงศ์ กล่าว

ประเด็นที่ ปจ.หญิง ต้องเรียนรู้และปรับเปลี่ยนแนวคิด คือ ต้องใส่ใจปัญหาเรียกร้องสิทธิต่างๆ สิทธิมนุษยชน และเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย และมองให้เห็นถึงความทุกข์ยากของประชาชน เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันได้ในมุมคิดที่แตกต่าง...

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ