
กฎหมายต้องปฏิบัติได้
ปีนี้จะเป็นปีแห่งการปฏิรูประบบภาษีขนานใหญ่ของรัฐบาล ที่จะมีการนำเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้พิจารณา
ปีนี้จะเป็นปีแห่งการปฏิรูประบบภาษีขนานใหญ่ของรัฐบาล ที่จะมีการนำเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้พิจารณา
กฎหมายภาษีที่กระทรวงการคลังเสนอผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว และอยู่ในขั้นตอนการแปรญัตติของ สนช. กับกฎหมายภาษีที่จ่อจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ที่จะมีทั้งการแก้ไขกฎหมายเดิมที่มีอยู่แล้ว และการออกกฎหมายใหม่
ตัวอย่างการแก้กฎหมายการเงินที่คลังเสนอแก้ไข เช่น แก้กฎหมายของ 3 กรมภาษี คือ กฎหมายศุลกากร กฎหมายสรรพากร และกฎหมายสรรพสามิต พ.ร.บ.ประมวลรัษฎากร พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น ด้านกฎหมายที่ออกใหม่ เช่น ร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดกการรับและการให้ พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ เป็นต้น
กฎหมายที่กระทรวงการคลังเสนอแก้ไขนั้น จะมีผลกระทบในวงกว้างต่อภาคธุรกิจและประชาชน ดังนั้นการจะดำเนินการแก้ไขกฎหมายควรจะพิจารณาให้รอบคอบ สอดคล้องกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจ และออกมาแล้วสามารถบังคับใช้ได้จริง
กฎหมายสำคัญอีกฉบับที่รัฐบาลกำลังผลักดันให้ออกมามีผลบังคับใช้คือ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อประชาชนทั่วประเทศ โดยกระทรวงการคลังเสนอเพดานอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินไว้ 3 อัตรา คือ ที่ดินเพื่อการเกษตร 0.5% ที่ดินทั่วไป 1% และที่ดินรกร้างว่างเปล่า 4% แต่อัตราการจัดเก็บจริงจะมีคณะกรรมการตามกฎหมายพิจารณาให้เหมาะสมอีกครั้ง
แต่นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง สั่งให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับปรุงการยกเว้นภาษีที่ดินบ้านอยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่แท้จริงในปัจจุบัน เพราะในร่างกฎหมายที่จะนำออกมาใช้ได้ระบุจะยกเว้นไม่เก็บภาษีให้กับบ้านที่มีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท แต่ราคาบ้านในปัจจุบันหาราคา 1 ล้านบาทได้ยากแล้ว จึงจะต้องขยับการยกเว้นราคาบ้านที่จะได้รับการยกเว้นภาษีเพิ่มเป็น 2-3 ล้านบาท
วิธีคิดในการเก็บภาษีดังกล่าวเป็นแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง การยกเว้นภาษีที่ดินโดยการกำหนดราคาที่จะได้รับการยกเว้นนั้น จะเป็นธรรมมากกว่าการกำหนดพื้นที่ เพราะพื้นที่
ที่เท่ากันจะมีราคาที่แตกต่างกัน เช่น การยกเว้นภาษีให้เจ้าของที่ดินพื้นที่ 100 ตารางวา ถ้าอยู่ใน กทม.ราคาที่ดินดังกล่าวอาจมีราคาเป็นร้อยล้านบาท แต่ในต่างจังหวัดราคาอาจจะหลักหมื่นหรือแสนบาท
แต่ได้รับการยกเว้นภาษีเหมือนกัน ซึ่งไม่เป็นธรรม เพราะผู้ที่มีมากก็ควรจ่ายภาษีมากกว่า
วิธีดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อคนจนมากนัก เพราะจำนวนผู้ถือครองที่ดิน 70% ของประเทศ มีอยู่ไม่กี่ตระกูล ในขณะที่คนจำนวนมากของประเทศกลับไม่มีที่ดินทำกิน ดังนั้นรัฐจึงมีความคิดที่จะเก็บภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่าให้สูงกว่าเดิมที่เก็บอยู่ 2%
สาระสำคัญของการเก็บภาษีที่ดิน รัฐบาลคงไม่ได้เงินจากสิ่งนี้เป็นหลัก แต่เป็นภาษีที่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม ให้มีการกระจายทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้กระจายออกไปให้มากขึ้น ผู้ไม่มีที่ทำกินก็ควรจะได้รับการจัดสรรให้ ส่วนผู้ที่มีที่ดินมากและไม่ได้ทำประโยชน์ก็ควรจะทำประโยชน์เสียเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจไปเปล่าๆ







