
มาร์ควอนอปท.นำปรองดองสู่ท้องถิ่น
อภิสิทธิ์ปาฐกถาพิธีเปิดประชุมสมาคมสันนิบาตเทศบาล วอนอปท.ร่วมกันนำแผนปรองดอง 5 ข้อ-การปฏิรูปประเทศลงไปสู่การขับเคลื่อนในระดับท้องถิ่น
อภิสิทธิ์ปาฐกถาพิธีเปิดประชุมสมาคมสันนิบาตเทศบาล วอนอปท.ร่วมกันนำแผนปรองดอง 5 ข้อ-การปฏิรูปประเทศลงไปสู่การขับเคลื่อนในระดับท้องถิ่น
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย พร้อมคณะได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดการประชุมสามัญครั้งที่ 53 ประจำปี 2553 ของสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย(สทท.) ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.)อ.หาดใหญ่ โดยมีนายกเทศมนตรีและปลัดเทศบาลทั่วประเทศประมาณ 4,500 คนร่วมประชุม
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่ง โดยระบุว่า เทศบาลเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รูปแบบหนึ่ง ที่มีพันธกิจและบทบาทครอบคลุมเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของประชาชน เป็นกลไกในระดับท้องถิ่น ใกล้ชิดกับประชาชน และมีการทำงานสนองตอบประชาชนด้านการบริการสาธารณะ โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นรากฐานของประชาธิปไตย จึงเป็นองค์กรที่สำคัญต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน
อยากฝากให้ อปท. ช่วยเดินหน้าเรื่องแผนฟื้นฟู ปรองดอง และการปฏิรูปประเทศ ซึ่งแผนปรองดอง 5 ข้อ อปท.มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และส่งเสริมสวัสดิการให้กับชุมชน แต่บางคนยังเข้าใจผิด ว่าการปรองดองคือการเอาคนผิดมาทำให้ถูก ปรองดองต้องอิงการเมือง คำว่าการปรองดองคือการเอาจุดแข็งที่มีอยู่มาหลอมรวม ระดมสรรพกำลังที่มีทางสังคมและจิตใจมาหลอมรวม เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนให้ประเทศชาติเดินหน้า
"มีคำกล่าวว่าปัญหาของประเทศทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาจากการเมือง ดังนั้นนักการเมืองทุกคนผิด นายกและสมาชิกสภาเทศบาลและ สส.มาจากการเลือกตั้ง ก็เป็นนักการเมืองผิด มาทบทวนว่าการเมืองที่ก่อให้เกิดความแตกแยก ให้เกิดความเสียหายและที่สุดนำไปสู่ความเสื่อมความศรัทธา ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟื้นฟูอยากที่สุด คือความศรัทธานักการเมือง มาช่วยกันสร้างการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย การเลือกตั้งต้องโปร่งใส มีความรับผิดชอบและไม่เอาความรุนแรง นักการเมืองมาทุกคนมากอบกู้วิกฤตเพื่อให้ประเทศพ้นวิกฤต"นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจมาตลอด ถึงแม้รัฐบาลบริหารประเทศได้ประมาณ 1 ปีเศษๆ แต่การผลักดันกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการปกครองส่วนท้องถิ่น ยังล่าช้าไปมาก เพราะสถานการณ์การเมืองที่ไม่นิ่ง กฏหมายที่เกี่ยวกับท้องถิ่นที่ค้างอยู่ 4 ฉบับ จะพยายามเร่งรัดให้เข้าสภาให้หมด ก่อนที่รัฐบาลจะหมดวาระ เช่น กฏหมายการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยการวางรากฐานของประชาธิปไตยให้แข็งแกร่ง ให้ประชาชนเข้าใจว่า ประชาธิปไตยที่มีมากกว่าการลงคะแนนเสียง และการเดินขบวน เมื่อไม่พอใจ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะมีการออกฏหมายปกครองรูปแบบพิเศษเพิ่มมากขึ้น โดยในในเร็วๆนี้จะยกฐานะเทศบาลเมืองแม่สอด ให้เป็นการปกครองในรูปแบบพิเศษ เหมือนกับ กทม.และเมืองพัทยา เพราะเมืองการค้าชายแดนมีลักษณะเศรษฐกิจเฉพาะจึงต้องให้อำนาจท้องถิ่นเพิ่มขึ้น เพื่อให้ท้องถิ่นเดินหน้าไม่หยุด
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ปีงบประมาณ 2554 สถานะการเงินการคลังของประเทศดีขึ้น มีการเก็บภาษีได้เกินกว่าเป้า การจัดสรรงบประมาณให้กับท้องถิ่นดีกว่าปี 2553 จะจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นเกินกว่าร้อยละ 25







