posttoday
ดื่มแล้วขับเจอด่านตรวจไม่ยอมเป่าถือว่าเมา

ดื่มแล้วขับเจอด่านตรวจไม่ยอมเป่าถือว่าเมา

31 ธันวาคม 2557

ราชกิจจานุเบกษาประกาศแก้กฏหมายดื่มแล้วขับเจอด่านไม่เป่าสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเมามีผลใช้บังคับแล้ว

ราชกิจจานุเบกษาประกาศแก้กฏหมายดื่มแล้วขับเจอด่านไม่เป่าสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเมามีผลใช้บังคับแล้ว

เฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02 เผยแพร่ ราชกิจจานุเบกษา เกี่ยวกับการแก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2557 ระบุว่า ถ้าผู้ขับไม่ยอมตรวจแอลกอฮอล์ เท่ากับเมาแล้วขับและดำเนินคดีฐานเมาแล้วขับได้ ดังข้อความต่อไปนี้

โปรดทราบ..ไม่ยอมตรวจแอลกอฮอล์...เท่ากับเมาแล้วขับ

พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่10) พ.ศ. 2557 เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522 ได้มีผลบังคับใช้แล้ว โดยมีการแก้ไข 2 ประเด็นสำคัญคือ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 142 เกี่ยวกับกำหนดข้อสันนิษฐานในกรณีผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ทดสอบว่าหย่อนความสามารถในการขับขี่โดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่ง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ จะให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ขับขี่หยุดรถ เมื่อเห็นว่ารถนั้นมีสภาพไม่ถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ และในกรณีที่ผู้ขับขี่มีพฤติการณ์อันควรเชื่อว่าเสี่ยงเมาสุรา หรือขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับหรือขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นหรือไม่

กฎหมายใหม่ระบุอำนาจเจ้าพนักงานจราจรว่า สามารถสั่งให้ผู้ขับขี่ขับรถเข้าช่องทางที่มีกรวยวางตั้งไว้ ให้ไขกระจกเพื่อให้เจ้าหน้าที่ยื่นอุปกรณ์เข้าไปตรวจวัดแอลกอฮอล์เข้าไปในรถได้ หรือเรียกให้ผู้ขับขี่เป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ รวมทั้งสั่งให้ลงจากรถเพื่อดูว่าร่างกายสามารถรักษาสมดุลของการเดินได้หรือไม่ หากผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ทดสอบ ให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้นั้นเมาสุรา เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีฐานขับรถขณะเมาสุราได้

สำหรับบทลงโทษหากมีการฝ่าฝืนตามกฎหมายใหม่ กรณีผู้ขับขี่ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานในการทดสอบ เดิมระวางโทษปรับครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท กรณียินยอมให้ทดสอบแต่พบว่าเมาสุราขณะขับรถ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบขับขี่ แต่กฎหมายใหม่ได้ปรับเพิ่มความเข้มงวดในการเอาผิดทางกฎหมาย โดยกรณีไม่ยินยอมให้ทดสอบให้สันนิษฐานว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าเมาไว้ก่อนจะ มีบทลงโทษคือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้ถูกกล่าวหาไปสืบพยานหักล้างในศาลได้

เหตุผลที่ต้องเพิ่มบทลงโทษ เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ขับขี่มักปฏิเสธให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ อีกทั้งการขับรถขณะเมาสุรามีโทษน้อยมาก จึงมักละเลยขับรถโดยประมาท ดังนั้นการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมจึงถือเป็นมาตรการป้องปรามและขอความร่วมมือ จากประชาชนเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ทางหนึ่ง

ด้านพ.ต.อ.ภูษิต วิเศษคามินทร์ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการประกาศแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่10) พ.ศ.2557 โดยมีสาระสำคัญที่จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันอุบัติเหตุกรณีผู้ที่เมาสุราแล้วขับรถ คือในมาตรา 142 ระบุให้เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้ขับขี่หยุดรถ และสั่งให้ทดสอบผู้ขับขี่ว่าหย่อนความสามารถที่จะขับหรือเมาสุรา หรือของเมาอย่างอื่นหรือไม่
         
กรณีที่ผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ทดสอบให้เจ้าพนักงานจราจรพนักงานสอบสวนมีอำนาจกักตัวไว้ดำเนินการทดสอบภายในระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อให้ทำการทดสอบ หากผู้นั้นไม่ยินยอมให้ทดสอบให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นฝ่าฝืนขับขี่รถขณะเมาสุรา
         
ทั้งนี้จะมีผลให้ผู้ที่ไม่ยอมเป่าทดสอบปริมาณแอลกอฮอล์จะได้รับโทษเท่ากับผู้ที่เมาแล้วขับ คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาต โดยกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2557 เป็นต้นไป

 

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ