
ศาลจำคุก‘บอล’ตลอดชีวิต
ศาลพิพากษาประหาร “บอล-เบิ้ม” อุ้มฆ่าเอกยุทธ แต่รับสารภาพลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
ศาลพิพากษาประหาร “บอล-เบิ้ม” อุ้มฆ่าเอกยุทธ แต่รับสารภาพลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง เมื่อเดือน มิ.ย. 2556 โดยตัดสินประหารชีวิตนายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือบอล อดีตคนขับรถให้นายเอกยุทธ และนายสุทธิพงศ์ พิมพิสาร หรือเบิ้ม จำเลยข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น แต่ทั้งสองให้การรับสารภาพ จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต และให้ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 1.9 ล้านบาท ให้กับทายาทของนายเอกยุทธ
คำพิพากษาระบุตอนหนึ่งว่า ข้ออ้างของนายสุทธิพงศ์ที่ว่า ถูกนายสันติภาพบังคับให้ร่วมลงมือฆ่าด้วยการใช้เชือกรัดคอ ภายหลังกระโดดหนีลงจากรถ ศาลเห็นว่าในการตรวจพิสูจน์แพทย์ไม่พบรอยบาดแผลที่คอ จึงไม่เชื่อว่าถูกรัดคอ และไม่มีรอยเลือดบนใบหน้า คำเบิกความนายสุทธิพงศ์จึงไม่น่าเชื่อถือ ทั้งนี้ ฟังได้ว่าทั้งคู่ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังลักทรัพย์โดยประทุษร้าย ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิด
สำหรับนายชวลิต วุ่นชุม หรือเชาว์ และนายทิวากร เกื้อทอง หรือทิว จำเลยที่ช่วยขุดหลุมฝังนายเอกยุทธที่เขาจิงโจ้ อ.เมือง จ.พัทลุง นั้น พิพากษาให้จำคุก นายชวลิต 13 เดือน และให้บวกโทษในคดีค้างเก่าที่ศาลจังหวัดพัทลุง รวมเป็น 19 เดือน ส่วนนายทิวากร จำคุก 8 เดือน ขณะที่ จ.ส.อ.อิทธิพล และนางจิตอำไพ เพ็งด้วง บิดาและมารดานายสันติภาพ จำเลยข้อหาร่วมกันรับของโจร ได้ยอมรับสารภาพและช่วยติดตามนำเงินมาคืนจำนวน 4.2 ล้านบาท จึงพิพากษาจำคุก 1 ปี 4 เดือน
ทั้งนี้ ภายหลังฟังคำพิพากษา นายสันติภาพ กล่าวว่า จะปรึกษาทนายความเพื่อยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อไป โดยนายสันติภาพมีใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา ขณะที่บุตรชายของนายเอกยุทธ ระบุว่า พอใจกับคำตัดสิน หลังจากนี้จะหารือกับทนายความว่าจะอุทธรณ์คดีหรือไม่เช่นกัน
คดีนี้อัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดีต่อศาลเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2556 โดยบรรยายฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 6-9 มิ.ย. 2556 นายสันติภาพ และนายสุทธิพงศ์ จำเลยที่ 1 และ 2 ได้ร่วมกันมีอาวุธปืนพกออโตเมติกขนาด .38 พร้อมเครื่องกระสุน และอาวุธมีด ปล้นเอาทรัพย์สินของนายเอกยุทธ รวม 9 รายการ มูลค่า 6.6ล้านบาท โดยใช้อาวุธทำร้าย และบังคับให้นายเอกยุทธออกเช็คเบิกถอนเงิน ก่อนจะใช้เชือกรัดคอจนนายเอกยุทธเสียชีวิต และนำศพนำไปฝังไว้ที่เขาจิงโจ้ อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อปกปิดความผิด
ขณะที่ นายชวลิต และนายทิวากร จำเลยที่ 3-4 ช่วยขุดหลุมฝังศพ ส่วนจำเลยที่ 5-6 ซึ่งเป็นบิดาและมารดาของนายสันติภาพ เป็นผู้เก็บเงินสดของผู้ตาย จำนวน 4.2 ล้านบาท ที่นายสันติภาพนำไปฝากไว้







